สีหน้าของหม่าหวาเองก็ดูขาวซีด ดูคล้ายหมั่นโถวสีขาวใบใหญ่ที่วางทิ้งไว้หนึ่งคืน ริมฝีปากสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ ด้วยความวิตกกังวล กระทั่งเสียงก็ฟังดูไม่ค่อยชัดเจน
“วันนั้นตอนอยู่บนยอดเขาเหลี่ยงว่าง เจ้าพูดถึงเรื่องที่ว่าจะช่วยเหลือหลิ่วสือซุ่ยอย่างไร ข้าจึงได้คิดถึงวิธีนี้ขึ้นมา เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายมันจะกลายเป็นแบบนี้”
เขามองถงเหยียนพลางกล่าว
ถงเหยียนเลิกคิ้ว มิได้กล่าวกระไร
กั้วหนานซานรู้สึกโกรธ ในใจครุ่นคิดว่าจะปัดความรับผิดชอบอย่างนั้นหรือ? เรื่องนี้เดิมทีเป็นเรื่องที่ยอดเขาเหลี่ยงว่างตกลงกับลั่วไหวหนาน แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับถงเหยียน?
กู้หานมองดูเจ้าหน้าที่ของกรมชิงเทียนที่กำลังเก็บรวบรวมร่องรอยของวิชาเพลิงปีศาจในซากปรักปักพัง พลันกล่าวขึ้นมาว่า “ข้ายังไม่เชื่อว่าสือซุ่ยจะไปเข้ากับพวกพรรคมารจริงๆ นี่จะต้องมีปัญหาอะไรแน่”
หม่าหวากล่าวถามอย่างไม่สบายใจ “เรื่องนั้นยังไม่ต้องไปสนใจ หลังจากนี้พวกเราจะทำอย่างไร?”
“ข้าจะรายงานต้นสายปลายเหตุทั้งหมดของเรื่องนี้ให้อาจารย์ช่วยตัดสิน โทษทุกอย่างข้าจะเป็นคนรับเอง เพียงแต่หวังว่าจะสามารถหาเบาะแส และจับตัวคนร้ายที่แท้จริงให้ได้เร็วที่สุด เพื่อปลอบโยนดวงวิญญาณของสหายลั่วที่อยู่บนสวรรค์ ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสเหรินเหมือนจะสงสัยอะไรบางอย่าง เจ้าปัดมันมาที่ตัวข้าก่อน เอาไว้ข้าจะอธิบายให้เขาฟังเอง”
กั้วหนานซานมองถงเหยียนพลางกล่าว