าท่านเงียบมาหลายปีคงจะลืมวิธีการเหล่านั้นไปแล้วเป็นข้าที่ประเมินท่านต่ำไป”
ฮุ่ยเฟยแค่นหัวเราะเสียงเบานางลืมตาขึ้นมองอีกฝ่าย “ข้าบอกเจ้าแล้ว วังหลังมีสติปัญญาในการเอาชีวิตรอดของวังหลังไม่สามารถประมาทได้”
“ใช่” เวินซิ่วอี๋พูดอย่างเชื่อฟัง “ข้าประมาทเอง”
เห็นนางเป็นเช่นนี้ฮุ่ยเฟยก็รู้สึกสบายใจในที่สุด
ตั้งแต่เวินซิ่วอี๋เข้ามาในวังเด็กคนนี้ได้ปฏิบัติต่อตนด้วยความเย่อหยิ่ง ในสายตาของนางฮุ่ยเฟยซึ่งมีอายุเกินครึ่งร้อยปี นอกจากสถานะที่สูงส่งแล้วดูไม่มีประโยชน์อะไรเลยแม้กร ระทั่งจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้ยังไม่ง่าย เพื่อบุตรชายฮุ่ยเฟยทนได้ จะถูกรังแกก็ช่างไป แต่ผู้ใดจะไม่เต็มใจที่จะถูกประจบเล่า
เวินซิ่วอี๋คำนับนางแล้วพูดว่า “ก่อนจากเมืองหลวงข้าจะไปพบท่านพี่สักครั้ง ท่านอามีเรื่องอะไรอยากบอกท่านพี่หรือไม่”
ฮุ่ยเฟยตกใจ “เจ้าจะพบอย่างไร”
เวินซิ่วอี๋ยิ้มอย่างมั่นใจ “หากข้าอยากพบ ย่อมมีวิธี”
…………
ก่อนไปพระราชวังนอกเมืองหลวงเวินซิ่วอี๋กลับไปที่จวนตระกูลเวิน
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าคืนนั้นนางเข้าไปในจวนขององค์ชายรองซึ่งถูกสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าออกได้ องค์ชาย