“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้กระหม่อมใจร้อนเกินไป” เขาชะงักไปครู่หนึ่ง “แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับไท่จื่อ และซิ่นอ๋อง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องอื้อฉาวในครอบครัวเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของอาณาจักรอีกด้วยไม่ช้าก็เร็วฝ่าบาทก็ต้องอธิบายพ่ะย่ะค่ะ”
“เจิ้นรู้ เจิ้นเองก็รอผลเช่นกันรอเจี่ยงเหวินเฟิงสืบสวนเรื่องราวก่อนเจิ้นถึงจะป่าวประกาศออกไป”
หลู่เซียงถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “หากเป็นเรื่องจริงฝ่าบาทจะทำอย่างไรกับไท่จื่อหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เลิกคิ้วไม่พูดอะไร หลู่เซียงถอนหายใจในใจแล้วพูดว่า “ไม่ว่าฝ่าบาทจะทำเช่นไรทำให้ผู้คนเลื่อมใสอย่างสุดจิตสุดใจก็เพียงพอแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พูดว่า “เมื่อถึงตอนนั้นเจิ้นจะให้ขุนนางทุกท่านในราชสำนักเป็นพยาน”
เมื่อหลู่เซียงได้รับการรับประกันจึงเห็นด้วย “กระหม่อมจะรอฝ่าบาทเรียกเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ”
…………
ไท่จื่อ และซิ่นอ๋องไม่ได้ออกจากตำหนักไท่หยวนเลยตั้งแต่วันนั้น พวกเขาอยู่คนละห้องกลายเป็นเพื่อนข้างห้องกัน
เมื่อเทียบกับความวิตกกังวลของไท่จื่อแล้วอารมณ์ของซิ่นอ๋องนั้นดีกว่ามาก
ในตอนที่เขาวางแผนยั่วยุไม่คิดว่าไท่จื่อจะรีบร้อนจนวางแผนโง่ๆ เช่นนี้ขึ้นมา
นี่เป็นการขุดหลุมฝังศพตนเอง!
จะเห็นได้ว่าบัลลังก์นี้ถูกกำหนด