งามราวกับเทพธิดา”
“น้ำลายหกแล้ว!”
อันอ๋องเช็ดมุมปากแล้วพบว่าอีกฝ่ายหลอกเขาก็พูดด้วยความโกรธ “ข้าช่วยเจ้าอยู่นะ! ชื่อเสียงของเจ้าก่อนหน้านี้ย่ำแย่มากเหตุใดถึงไม่เข้าใจสตรีในเมืองหลวงเช่นนี้!”
หยางชูหัวเราะอย่างรำคาญใจ เขาจะเข้าใจสตรีเหล่านั้นไปทำไมอีกทั้งยังไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับสตรีที่ดีด้วย
“คุณหนูตระกูลหลูดีจริงๆ นะ!” อันอ๋องกลับเข้าหัวข้อเดิม “หากนางจับได้จริงๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าแม่เสือของข้า”
หยางชูแค่นหัวเราะ และยกถ้วยน้ำชาขึ้น “ต่อให้นางงดงามเพียงใดก็ไม่เท่าของข้าหรอก”
อันอ๋องชำเลืองมองหมิงเวยที่อยู่ด้านหลังแล้วพยักหน้า “ก็จริง”
ไม่ต้องพูดถึงสตรีที่จับป้ายได้ทั้งสิบกว่าคน หากนับคนที่เหลือที่อยู่ด้านนอก นางถือว่ายอดเยี่ยม
อันอ๋องรู้สึกอิจฉาขึ้นมา “เฮ้อ เหตุใดนางถึงไม่ชอบข้านะ!”
หยางชูมองเขาอย่างเย็นชา สายตานี้อันอ๋องจำช่วงเวลาที่หยางชูออกจากเมืองหลวงได้ในทันที คอเขาถูกอีกฝ่ายบิดเกือบหัก…
อันอ๋องหดคอแล้วรีบพูดออกไปอย่างรวดเร็ว “ข้าแค่จะบอกว่าจะจริงจังขนาดนั้นไปทำไมกัน”
“หึ!”
เมื่อพูดคุยเรื่องคุณหนูตระกูลหลู่เสร็จ อันอ๋องก็ทอดมองนอกฉากกั้นต่อไป
“คุณหนูเซี่ยงผู้นั้นมีสายตาที่ดี คุณหนูเซี่ยรูปร่างดีมาก คุณหนูหลูก็งาม เพียงแต่ไหล่นางหนาไปนิดหน่อย…”
ในขณะที่อันอ๋องพูดพล่ามอยู่นั้น ทางด้านกุ้ยเฟยกับฮุ่ยเฟยสนทนากับสตรีทีละคนเพื่อทำความเข้าใจกัน เหล่าคุณหนูทราบดีว่าเบื้องหลังฉากกั้น