ามีสัญชาตญาณเหมือนลูกหมาป่า ดูจากระดับนี้เขามีสัญชาตญาณนี้แม่นยำกว่าการวิเคราะห์เชิงทฤษฎีเสียอีก
จงรุ่ยทนไม่ไหวเขาหันศีรษะแล้วถามว่า “ท่านแน่ใจหรือว่าเขาไม่ใช่แมวตาบอดเจอหนูตาย[1]”
หยางชูนอนอยู่บนทางลาดและกลอกตาใส่เขา “ท่านเป็นหนูตาย ข้าไม่ใช่”
“…” จงรุ่ยพึมพำ “ท่านนี่เอาแต่จับผิดจริง”
หยางชูหัวเราะ “นี่เรียกว่าจับผิดหรือ งั้นข้าขอพูดจริงจัง อย่างแรกคำนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องใช้ เพราะแมวตาบอดเจอหนูตายประสบความสำเร็จแล้ว สงสัยว่าเขาคงบังเอิญพบไม่ใช่เพราะอาศัยกำลัง ท่านดูสถานการณ์ปัจจุบันของพวกเราก่อน มันเหมาะที่จะอธิบายเช่นนี้หรือไม่เพียงแต่ตำหนิตนเอง แต่ยังโชคร้ายอีกด้วย!”
จงรุ่ยที่ถูกสั่งสอนไม่พอใจ “เหตุใดต้องพูดเยอะเช่นนั้นด้วย แค่เข้าใจความหมายก็พอแล้วไม่ใช่หรือ”
“อ้อ ไม่ยอมรับหรือ แค่มองก็เห็นว่าไม่คิดตั้งใจเรียนข้าจะบอกอะไรท่านนะ หากท่านเป็นเช่นนี้ต่อไปท่านโชคไม่ดีแน่ แม่ทัพที่คอยปกป้องสังเกตการณ์ นอกจากจะสามารถต่อสู้ได้แล้ว เขาต้องปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ได้ด้วย อย่างเช่นรายงานต่อฝ่าบาททุกเดือน หากเขียนไม่ดีแค่ประโยคเดียวก็สามารถทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีให้กับเบื้องบนได้ อาจจะไม่เกิดขึ้นชั่ว