วิธีที่พวกท่านเผ่าหมาป่าหิมะจะจัดการกับข้างั้นหรือ”
หมิงเวยได้ยินเช่นนั้นแม้จะไม่มีทางเลือก แต่ก็ยิ้มรับ
นางอยากยืนอยู่ข้างฝ่ายเผ่าฉีหู ทำไมจึงไม่ให้โอกาสนางบ้างเล่า พูดเช่นนี้เท่ากับว่านางอยู่ฝั่งซูถูอย่างเป็นทางการแล้ว หากไม่ใช่เพราะนางรู้ประวัติศาสตร์อยู่แล้ว การที่พระอาจารย์ช่างจื้อมองนางเป็นศัตรูเช่นนี้นางคงยินดีช่วยซูถูต่อกรกับเขาจริงๆ
ซูถูกลับพูดว่า “พระอาจารย์พูดอะไรกัน ท่านเป็นหูเซิงผู้มีคุณธรรม และบารมีสูงส่ง พวกเราจะไปต่อกรกับท่านได้อย่างไรต้องเป็นการเข้าใจผิดกันแน่”
พระอาจารย์ช่างจื้อไม่เชื่อเลยสักนิดเขาพูดเสียงเย็นชา “ถ้าเช่นนั้นก็เชิญแม่นางผู้นี้ออกจากเมืองหยุนไฉซะ ตราบใดที่นางไม่ก้าวเข้าไปในเมืองหยุนไฉเรื่องในวันนี้จะถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด!”
“พระอาจารย์!” ซูถูเลิกคิ้วเขาพยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย
พระอาจารย์ช่างจื้อมองดูพวกเขาแล้วยิ้มเยาะราวกับจะบอกว่าข้าจะดูว่าพวกเจ้าจะใช้ลูกไม้อะไรอีก
ซูถูหันไปมองหมิงเวยแล้วพูดว่า “ขออภัยด้วย พระอาจารย์พวกเราเผ่าหมาป่าหิมะไม่มีนิสัยชอบขับไล่แขก หากแม่นางหมิงบอกไม่ไปพวกเราก็จะให้นางอยู่ต่อ”
พระอาจารย์ช่างจื้อบังคับให้อีกฝ่ายพูดประโยคนี้ออกมาเขายกบาตรสีทองขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็รับโทษซะเถอะ!”
เขาเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยจากนั้นก็พุ่งเข้าหาหมิงเวยอย่างรวดเร็วราวกับอินทรีสยายปีก หมิงเวยเองก็เตรียมใจไว้แล้วจึงบินขึ้น และกระโดดขึ้นไปบนหลั