งคาหลังอื่น นางไม่ต้องการให้เป็นไปตามแผนของซูถูจึงสู้ไปหนีไป
พระอาจารย์ช่างจื้อไล่ตามนาง ซูถูไม่ได้เฝ้าดูอย่างนิ่งดูดายเขายิงธนูมาจากด้านหลังเป็นครั้งคราว
ทั้งสามคนสู้กันจนไปถึงประตูเมืองทหารของพวกเขาต้องการไล่ตาม แต่ช่องว่างก็เริ่มห่างมากขึ้นเรื่อยๆ
หมิงเวยลงจากกำแพงเมืองแล้วหันไปมองพระอาจารย์ช่างจื้อแล้วถอนหายใจ “พระอาจารย์ข้าอยากให้โอกาสสุดท้ายแก่ท่าน หยุดเสียตอนนี้ข้าจะคิดว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น”
พระอาจารย์ช่างจื้อยิ้มเยาะ “นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นคนจากจงหยวนหยิ่งผยองเช่นนี้”
“ไม่จริงๆ หรือ” พระอาจารย์ช่างจื้อเคลื่อนไหวแทนคำตอบ
หมิงเวยถอนหายใจหลังจากความอดทนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมหยุด นางจึงทำได้เพียงตอบโต้กลับ
“ล่วงเกินท่านแล้ว”
สิ้นเสียงของนางเสียงขลุ่ยก็ดังเข้ามาในหูคลื่นเสียงซุ่มโจมตีพระอาจารย์ช่างจื้ออย่างมีเจตนาสังหาร เสียงขลุ่ยดังเข้ามาในหูพระอาจารย์ช่างจื้อรู้สึกปวดแก้วหูอย่างรุนแรงจิตใจของเขาก็ผันผวนตามไปด้วย
พลังคลื่นเสียง!
ในสถานการณ์เช่นนี้หากเขาฝืนเคลื่อนไหวต่ออาจถูกพลังเสียงของคู่ต่อสู้ก่อกวนกำลังภายในไม่แน่ว่าร่างกายเขาอาจระเบิดออกก็เป็นได้
เมื่อบังคับไม่ได้เขาทำได้เพียงหยุดการโจมตีชั่วคราวแล้วเรียกกำลังภายในเพื่อต้านทาน
“วิ้ง…” เสียงขลุ่ยทำให้บาตรสีทองสั่น หมิงเวยยังคงนิ่งและเปาขลุ่ยต่อไป
“วู…” เสียงขลุ่ยที่ฟังดูแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยเจตนาสังหาร