สาวงามอยู่ด้านหลังอีกคน รูปลักษณ์นี้บรรดาอนุและนางบำเรอของเขาล้วนเทียบไม่ติดเลย
พอมองอย่างหลงใหลเขาก็สงสัยเล็กน้อย “ข้ารู้สึกคุ้นเคยกับแม่นางท่านนี้มาก ไม่ทราบว่าเราเคยเจอกันมาก่อนหรือไม่”
แน่นอนว่าเคยเห็นมาก่อนเพราะเขาก็เข้าร่วมชมการแข่งขันที่เสวียนตูกวันด้วย เพียงแต่ในตอนนั้นอยู่ไกลกันจึงมองเห็นไม่ชัด หมิงเวยยิ้มนางแตะข้อเท้าของเว่ยเสี่ยวอัน เมื่อแน่ใจว่านางแค่ข้อเท้าเคล็ดก็โล่งใจ
“บางทีอาจเป็นวาสนานำพาให้พวกเรามาเจอกันเพียงครั้งเดียว” แล้วหันไปสั่งสาวใช้ตระกูลเว่ย “ไม่เป็นอะไรร้ายแรงกลับไปประคบสมุนไพรก็พอแล้ว”
วาสนานำพาให้พวกเรามาเจอกันเพียงครั้งเดียวอันอ๋องทวนประโยคนี้แล้วยิ้ม “เช่นนั้น ข้ากับคุณหนูคงมีวาสนากันจริงๆ ไม่ทราบว่าคุณหนูมีนามว่าอะไรหรือ”
หมิงเวยยกยิ้มมุมปาก แม้ราชวงศ์นี้จะเปิดกว้าง การบอกนามของสตรีในห้องหอให้ผู้อื่นได้รับรู้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การถามชื่อคนอื่นในที่สาธารณะเช่นนี้ช่างหยาบคายจริงๆ
เว่ยเสี่ยวอันดึงนางเข้ามาหาสีหน้านางดูกังวลอย่างชัดเจน
นางพอรู้ลักษณะนิสัยของอันอ๋องมาบ้าง แม้จะไม่เคยได้ยินว่าเขาเคยบังคับสตรีในตระกูลขุนนาง แต่หากเกิดไปเตะตาของเขาจริงๆ ผู้ใดจะรู้ว่าจะไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้น
หมิงเวยตบแขนนางเบาๆ ให้นางรู้สึกสบายใจแล้วตอบอันอ๋องไปว่า “หม่อมฉันแซ่หมิง ส่วนนามนั้นไม่ควรแก่การเอ่ยถึงหากเป็นการเสียมารยาทหม่อมฉันต้องขอประทานอภัยด้วยเพคะ”
อันอ๋องหัวเร