เฟิงจัดการเรื่องนี้เป็นอย่างดี ความดีความชอบที่ใหญ่ที่สุดคือการทำลายกลุ่มยาจกต่างหากไม่ใช่การช่วยเหลือคุณหนูสามผู้นี้เสียหน่อย
“เหตุใดเจ้าต้องปิดบังใบหน้าด้วยเล่า ใบหน้าเจ้ามีอะไรไม่น่ามองงั้นหรือ” เหวินอิ๋งไม่รู้จะคุยอะไร
หมิงเวยลูบหน้าผากตนเองและตอบอย่างไม่เกรงใจไปว่า “คุณหนูสาม ท่านไม่จำเป็นต้องถามอะไรเกี่ยวกับตัวข้าหรอก”
เหวินอิ๋งอึ้งไปแล้วนางก็หาคำตอบได้ “อ้อ เป็นความลับของหวงเฉิงซือสินะ จึงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของตนเองได้ง่ายๆ ใช่หรือไม่”
หมิงเวยไม่ตอบอะไรให้นางเข้าใจเช่นนั้นไปก็ดี ฟังอีกฝ่ายพูดอยู่ตลอดการเดินทาง จนในที่สุดก็เดินทางมาถึงศาลาว่าการ หมิงเวยถอนหายใจจากนั้นก็พาเหวินอิ๋งเข้าไปด้านใน
แน่นอนว่าเจี่ยงเหวินเฟิงได้แจ้งจวนเฉิงเอินโหวเรียบร้อยแล้วเหวินอิ๋งถูกรับตัวกลับไปอย่างราบรื่น ผ่านไปสักพักจี้เสียวอู่ก็พาตัวฝูและเว่ยเสี่ยวอันเข้ามา
พอเว่ยเสี่ยวอันเห็นหมิงเวยนางก็น้ำตาไหลออกมา “หมิงเวย เป็นเจ้าใช่หรือไม่ ฮือ ข้าคิดว่าตนเองจะไม่ได้กลับมาแล้ว…”
หมิงเวยยิ้มและกอดปลอบนางปล่อยให้นางร้องไห้จนพอใจแล้วพานางเข้าไปด้านในเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ร่างกายสดชื่น
“เอาล่ะ ฝันร้ายของท่านผ่านพ้นไปแล้ว” หมิงเวยปลอบ “สิบวันมานี้คิดเสียว่าเป็นแค่ฝันร้ายหลังจากนี้ใช้ชีวิตของตนเองต่อไปอย่าได้คิดมาก”
“อืม” เว่ยเสี่ยวอันเช็ดน้ำตา “ข้าไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเจ้าให้พี่ชายของเจ้ามาช่วยข้า ยังมีตัวฝูอี