ี้ข้ารู้แล้วนางมีจิตใจชั่วร้ายต่อไปเจ้าไม่ต้องสนใจนางก็พอ”
“อันที่จริง ข้าโกรธนางมาก” เว่ยเสี่ยวอันพูด “ตอนนางถูกจับตัวไปข้าดีใจนิดหน่อย ทำชั่วได้ชั่ว แต่เมื่อคิดๆ ดูแล้ว คนพวกนั้นโหดเหี้ยมเกินไปต่อให้นางเลวร้ายแค่ไหน แต่คงไม่ถึงกับต้องเจอเรื่องเช่นนี้”
หมิงเวยยิ้มเด็กสาวคนนี้จิตใจดีอย่างที่นางคิดไว้ ทำให้ตนรู้สึกว่าไม่เสียแรงที่ช่วยเหลือนางออกมาได้ ทั้งสองพูดคุยกันอยู่สักพักคนของตระกูลเว่ยก็มาถึง
นายท่านเว่ยและเว่ยฮูหยินมารับนางด้วยตนเองพวกเขาโผเข้ากอดกันแล้วร้องไห้ หมิงเวยพูด “เสี่ยวอันยังตกใจกลัวอยู่ พวกท่านพานางกลับไปพักผ่อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ เรื่องอื่นค่อยคุยกันทีหลัง” ทุกคนในตระกูลเว่ยต่างกล่าวขอบคุณแล้วพาเว่ยเสี่ยวอันกลับไป
หมิงเวยออกจากห้องนางคิดจะไปหาจี้เสียวอู่ แต่พอไปได้ไม่ไกลก็เห็นเขายืนเผชิญหน้ากับหญิงสาวคนหนึ่งในความมืด
“คุณชายไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปจริงๆ” กุ้ยเหนียงยิ้ม “กุ้ยเหนียง…มีตาหามีแววไม่”
จี้เสียวอู่ดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อยเขาพูดตอบเสียงเบา “ข้าโกหกพี่กุ้ยเหนียง ขอโทษด้วย”
กุ้ยเหนียงยิ้มก่อนจะเอ่ย “เหตุใดคุณชายต้องขอโทษกุ้ยเหนียงด้วย” จี้เสียวอู่เงียบ
กุ้ยเหนียงยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยต่อ “คุณชายโกหกกุ้ยเหนียง กุ้ยเหนียงเองก็โกหกคุณชาย ถือว่าเราหายกัน ส่วนคำพูดพวกนั้นกุ้ยเหนียงเข้าใจว่าคุณชายแค่เผลอใจ ไม่ได้จริงจังอะไร”
คำพูดพวกนั้นคือคำพูดไหนทั้งสองคนต่างรู้อยู่แก่ใจดี
จ