ดจา”
หลีเช่อไม่กระจ่างแจ้ง แต่เห็นซินหรูมีสีหน้าประหวั่นพรั่นพรึง จึงได้แต่หุบปากให้สนิท เขาเห็นคนผู้นั้นควบม้าผ่านไปอย่างรวดเร็วและค่อยๆ ไกลออกไป
ราวกับพวกเขารอเวลาฟ้ามืดค่อยถือโอกาสเข้าเมืองคุน
รอกระทั่งเสียงเกือกม้าไกลออกไป ซินหรูคว้ามือของหลีเช่อแล้วพูดว่า “พวกเรารีบกลับไป”
ภายในเรือนสกุลไป๋ หลินชิงเวยเห็นคนทั้งสองไม่กลับมาเสียทีจึงกล่าวว่า “ยังคิดว่าพวกเจ้าถูกจับตัวไปขายเสียแล้ว ยังคิดในใจว่าอีกประเดี๋ยวต้องไปร้องเรียนที่ศาลาว่าการ” นางเอนกายไปกับประตูด้านหน้า แสงไฟจากตะเกียงสีเหลืองสาดส่องเงาร่างเล็กบอบบางของนาง อ่อนโยนอย่างที่สุด นางพูดกับหลีเช่อ “ข้าได้ยินว่าคืนนี้คุณหนูไป๋วิ่งร้องไห้กลับมา เจ้าจะเตรียมตัวสักหน่อยหรือไม่ คาดว่าอีกสักครู่นางน่าจะถือมีดมาฟาดฟันเจ้า”
หลีเช่อได้ยินแล้วพูดอย่างจริงจัง “เจ้าควรจะไปร้องเรียนที่ศาลาว่าการ หากนางใช้มีดทำร้ายผู้บริสุทธิ์จะทำอย่างไรเล่า”
หลินชิงเวยหัวเราะ นางมองซินหรูและพูดว่า “วันนี้ไปเรียนหนังสือมาทั้งวัน ได้อะไรกลับมาบ้าง?”
สีหน้าของซินหรูไม่ค่อยถูกต้องนัก นางอ้าปาก ช้อนตาขึ้นมองหลินชิงเวย “อาจารย์ในสำนักศึกษาดีมาก สุภาพ อ่อนโยน...พี่สาว…”
“หืม?” หล