กกว่านี้ตามสบาย”
ไป๋หยี่เนี่ยนถึงกับไม่อาจเอ่ยวาจาโต้ตอบได้ ขอทานหลายคนที่อยู่รอบๆ ถูกชาวบ้านชี้และว่ากล่าวจึงมีท่าทางราวกับหนูสกปรกตามมุมถนน พวกเขาชิงชังที่ไม่อาจแทรกแผ่นดินหนีไป
ขณะที่พวกเขากำลังคิดจะหลบออกไปเงียบๆ ทว่าคนที่มามุงดูพูดขึ้นว่า “คิดจะทำตัวเช่นนี้ ไม่ทำงานแต่ได้เงิน ต่อให้เป็นขอทานไปตลอดชีวิตก็ไม่สมควรได้รับความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่น! ต่อไปไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ต้องไปสงสารพวกเขา!”
ราวกับไป๋หยี่เนี่ยนเพิ่งตื่นจากความฝัน นางมองชาวบ้านที่มุงดูมีท่าทางโกรธเกรี้ยว นางคิดมาตลอดว่านางช่วยเหลือผู้อื่นแล้วจะทำไมเล่า คิดไม่ถึงว่าจะไม่ได้สั่งสมความดีอันใด ที่ได้กลับมาคือความเอือมระอาและอิดหนาระอาใจมากมายเช่นนี้
นางยังคิดจะตอบโต้เพื่อหาเหตุผลสนับสนุนตนเอง แต่ขณะกำลังจะพูดออกไปกลับเห็นหลินชิงเวยหมุนกายกลับไปโน้มตัวลงมอบเงินค่าไข่มุกสิบกว่าอีแปะให้กับท่านยายคนนั้น
ไป๋หยี่เนี่ยนถึงกับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
หลินชิงเวย “หลีเช่อ พวกเราไปเถอะ”
หลีเช่อคืนจวักด้ามยาวให้ไป๋หยี่เนี่ยนแล้วพูดอย่างมีความหมายว่า “สมองเป็นของดีอย่างหนึ่ง เจ้าจำเป็นต้องมีนะ และหากเป็นไปได้ละก็ พยายามพกพาติดตัวไว้เสมอ”
ต่อม