วมเดินทางกับพวกเรา อย่างน้อยก็ไม่เร็วเช่นนี้”
หลีเช่อพูดราวกับเห็นด้วย “ตอนแรกข้าก็คิดเช่นนี้ แต่เมื่อคิดอีกที ดูเหมือนนอกจากเมืองหลวงแล้วข้าก็ไม่รู้จะไปไหนอีก อีกทั้งพวกเจ้าสองคนเป็นสตรีสองคนออกเดินทางมาข้างนอกมีอันตรายมากมาย ต้องมีใครสักคนคอยปกป้องคุ้มครอง ให้ถือเสียว่าข้ามากินฟรีอยู่ฟรีเที่ยวฟรีสักหนก็แล้วกัน มีกวีบทหนึ่งกล่าวไว้ว่าอย่างไรแล้วนะ ชีวิตไม่ได้มีแค่เบื้องหน้า ยังมีอีกยาวไกล”
หลินชิงเวย “…” เพียงแต่ การเดินทางที่มีหลีเช่อเข้ามาร่วมด้วย นอกจากจะมีเรื่องยุ่งยากวุ่นวายเพิ่มขึ้นแล้วยังมีความสุขเพิ่มขึ้นมาด้วย แต่หลินชิงเวยยังพูดอย่างเห็นขัน “หากเจ้าวางหลุมพราง ข้าจะทำอย่างไรเล่า?”
หลีเช่อเงยหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “วางหลุมพรางใครก็ไม่อาจวางหลุมพรางเจ้านี่นา หากข้าวางหลุมพรางเจ้า…” ดูคล้ายเขาตัดสินใจอย่างกล้าหาญ “ข้าให้เจ้าส่งข้าไปในหอโคมเขียว!”
หลินชิงเวยหรี่ตาลง “ได้ เพียงแต่ข้าจะส่งเจ้าไปยังหออวี้หลาน”
หลีเช่อขบฟันพูดว่า “ช่างเป็นสตรีจิตใจโหดเหี้ยมที่สุดของใต้หล้าจริงๆ! เจ้าวางใจ การเดินทางครั้งนี้มีข้าอยู่ ข้าจะปกป้องดูแลพวกเจ้าทั้งสองคนเอง รอให้พวกเจ้าหาที่อยู่เป็นหลักแห