เหล่านั้นต่างกำลังช่วยกันดับกองเพลิงที่ลุกโชน
หลินชิงเวยย่ำเท้าลงบนพื้นดินไหม้เกรียมเดินออกไปด้านนอกทีละก้าวๆ นางได้ยินเสียงร้องเรียกของเซียวจิ่น และได้ยินเสียงวุ่นวายอื่นๆ
เมื่อทหารรักษาพระองค์ดับไฟบริเวณรอบนอกได้ ต้นไม้ที่ล้มลงมาถูกไฟเผาเสียจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ขณะที่พวกเขาคิดจะบุกเข้ามาพลันเห็นเงาร่างสายหนึ่งค่อยๆ เดินออกมาท่ามกลางเปลวเพลิง ง
หลินชิงเวยคิดในใจ นางไม่ได้ถูกไฟกองใหญ่นี้แผดเผาจนตาย ช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์ยิ่งนัก ควันไฟคละคลุ้ง ทำให้คนสำลักจนทั้งจมูกทั้งปากของนางแสบจนน้ำตาไหล
ดูเหมือนนางเห็นคนมีท่าทางราวกับคลุ้มคลั่ง
นางเห็นไม่ชัดเจนนัก สุดท้ายเห็นเพียงกรอบหน้าอันเลือนราง
พวกเขาเป็นห่วงนาง แต่สุดท้ายกลับไม่มีผู้ใดยินดีที่จะบุกเข้ามาในเปลวเพลิงเป็นเพื่อนนางแม้แต่คนเดียว ไม่มีใครกระโดดเข้ามาร่ายรำท่ามกลางเปลวไฟกับนาง
ดวงตาดำขลับและสว่างสุกใสของหลินชิงเวยตกลงบนร่างของเซียวจิ่น เซียวจิ่นร้อนใจอย่างที่สุด เขายื่นมือมาให้นาง “ชิงเวย รีบออกมา รีบออกมา มาอยู่ข้างกายเจิ้น…ไม่เป็นไรแล้ว ท ทุกอย่างไม่เป็นไรแล้ว…”
สายตาของนางละเลื่อนไปตกอยู่บนร่างของเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนขยับลูกกระเดือก เขา