ต่อสู้กัน จากในตรอกไปจนถึงหลังคาเรือนของชาวบ้าน เงาร่างของคนทั้งสองภายใต้แสงจันทร์เหินไปมาราวกับกำลังร่ายรำ
หลินชิงเวยปัดๆ อาภรณ์พยายามที่จะยืดกายยืนตรง นางหัวเราะคนเดียวแล้วหมุนกายฮัมเพลงในลำคอเดินจากไปทีละก้าวๆ
คืนนั้นหลินชิงเวยไม่รู้ว่าผู้ใดชนะ ผู้ใดพ่ายแพ้ นางรู้เพียงว่าเมื่อเซียวอี้มาหานาง นางพูดไปแล้วต้องทำตามที่พูด สรุปนางต้องเปลี่ยนข้างไปยืนอยู่ข้างกายเซียวอี้
เมื่อถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ เซียวอี้พานางกลับจวนเซี่ยนอ๋องเพื่อพำนักอยู่ที่นั่นระยะยาว
อาจเป็นเพราะเซียวอี้ต้องการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของเขา เวลานี้ภายในจวนเซี่ยนอ๋องไม่มีประมุขหญิงแม้แต่คนเดียว กระทั่งหลินเสวี่ยหรงก็ถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนด้วยสาเหตุเคราะห์ ภัยออกจากปาก
เซียวอี้ไม่ได้รับผลกระทบแม้สักกระผีก
เขาปฏิบัติต่อหลินชิงเวยแตกต่างจากสตรีทั้งหลาย สิ่งของที่หลินชิงเวยกินใช้ล้วนต้องเป็นของดีที่สุด หากมิใช่หลินชิงเวยไม่ยินยอม เขาชิงชังเหลือเกินที่มิอาจย้ายมาอยู่ร่วมเรือนกับ บหลินชิงเวย
หลินชิงเวยถาม “หญิงคณิกากลุ่ม