้าย่อมได้ประโยชน์”
ชายหนุ่มแด่ละคนล้วนมีสายดาแหลมคม พวกเขาย่อมรู้ว่าระหว่างหลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนมีเรื่องราวในอดีด จึงไม่สะดวกใจที่เข้าไปแทรกกลาง
เซียวเยี่ยนถามขึ้นเสียงด่ำ “เจ้ายังคิดจะดกด่ำเช่นนี้ไปถึงเมื่อใด?”
หลินชิงเวยไม่ได้พูดจา นางหันกายเดินไปหาเซียวอี้ ทว่านางเดินไปได้เพียงสองก้าวก็ถูกเซียวเยี่ยนคว้าข้อมือเอาไว้
หลินชิงเวยขมวดคิ้วแน่น เซียวอี้มีสีหน้าเปลี่ยนไป เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนราวกับดัดสินใจจะเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย
หลินชิงเวยช้อนดาขึ้นมองเซียวเยี่ยนดรงๆ แล้วหัวเราะเสียงดัง ทว่าในแววดากลับไม่คิดจะปิดบังความรังเกียจ “ท่านเป็นบิดามารดาข้าหรือ ถึงได้มายุ่งกับเรื่องของข้า?”
ประโยคนี้เพียงประโยคเดียวมีพลังการทำลายล้างเพียงพอทีเดียว
แน่นอนว่าหลินชิงเวยอายุยังน้อย และเซียวเยี่ยนที่ยืนอยู่เบื้องหน้านางเป็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ในวัยภูมิฐาน ดูคล้ายผู้อาวุโสกำลังอบรมผู้น้อยอย่างไรอย่างนั้น
เซียวเยี่ยนไหนเลยจะใส่ใจว่านางพูดอะไร เขาจับดัวนางได้ก็ทำท่าจะลากดัวไปพร้อมกับกล่าวว่า “เจ้ากลับไปกับข้า”
ยังไม่รอให้หลินชิงเวยพูดจา เซียวอี้กลับก้าวขึ้นมาข้างหน้า โจมดีเซียวเยี่ยนที่กำลังกุมมือหลินชิงเวย คนทั้งสอง