งถึงร่างกายของตน ใช้ร่างกายตัวเองมาทดลองกินยามากมายเช่นนั้น เห็นได้ว่าเวลานั้นนางตัดสินใจเด็ดขาดเพียงใด
ขอเพียงเซียวเยี่ยนอยู่ในตำหนักอวี้หลิง สุ่ยฉ่ายชิงมักจะร่ำไห้น้ำตาไหลพรากด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ นางไม่อยากให้เซียวเยี่ยนลำบากใจ ได้แต่หันหลังเช็ดน้ำตาเงียบๆ คนเดียว
เซียวเยี่ยนเข้ามาในเรือนเห็นยาที่ควรจะดื่มยังวางอยู่บนโต๊ะโดยไม่ถูกแตะต้อง จึงเอ่ยขึ้นว่า “ไยจึงยังไม่ดื่มยา?”
สุ่ยฉ่ายชิง “ดื่มยาไปมากมายเช่นนั้นแต่กลับไม่ดีขึ้น ยังจะดื่มไปเพื่ออะไรกัน?”
เซียวเยี่ยนก้าวเข้าไปพูดเสียงเบา “หมอหลวงบอกว่าให้ควบคุมอารมณ์ของเจ้า หาไม่แล้วจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ”
สุ่ยฉ่ายชิงพูดทั้งสะอึกสะอื้น “ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจล่วงรู้ว่าโรคของข้าจะกำเริบขึ้นอีกครั้งเมื่อใด บัดนี้ข้ามีสภาพเช่นนี้ ไม่มีหน้าไปพบผู้คนเนิ่นนานแล้ว จะกำเริบหรือไม่ล้วนไม ม่สำคัญอีกต่อไป”
“ฉ่ายชิง อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ” เซียวเยี่ยนพลิกร่างของนางกลับมาพร้อมถือถ้วยยาไว้ในมือ “มา ข้าป้อนเจ้าดื่มยา” แม้ในน้ำเสียงนั้นจะไม่เหลือทางให้ปฏิเสธ ทว่ายังคงฟังออกถึงความห่