้านหลังของหลินชิงเวยชุ่มไปด้วยเหงื่อ นี่เกรงว่าคงมิใช่เกิดจากสภาพอากาศอันร้อนระอุ แต่เป็นเพราะยาที่ออกฤทธิ์ในร่างกายของนาง นางกำลังต่อสู้กับตนเองอย่างหนัก!
ในใจเสี่ยวฉีรู้สึกฝาดเฝื่อนอย่างร้ายกาจ ต่อให้เขาถามออกไปแล้วจะทำอะไรได้เล่า? ผู้ที่ไม่เชื่อแม่นางหลินไม่ใช่เขา แต่เป็นเซ่อเจิ้งอ๋อง
แม่นางหลินเป็นคนอารมณ์ร้อนราวกับเปลวเพลิง หากต้องกระโดดลงไปในกองเพลิงที่กำลังลุกท่วมฟ้า นางยินดีให้เปลวไฟนั้นแผดเผาตนเอง และแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายให้เหลือเพียงเถ้าถ่ าน
ในใจเสี่ยวฉีแน่ใจเหลือเกินว่านางไม่มีทางพูดปด หาไม่แล้ว นางคงไม่ใช้วิธีเช่นนี้มาพิสูจน์ตนเองเด็ดขาด
กลับมาถึงตำหนักฉางเหยี่ยน หลินชิงเวยเข้าไปในเรือนของตน ซินหรูรีบยกน้ำชาร้อนๆ ให้นางดื่มและปลดอาภรณ์ชุ่มเหงื่อออกไป
ต่อมาหลินชิงเวยเอนกายอยู่บนชิงช้าใต้ร่มไม้ภายในลานเรือนตลอดทั้งบ่าย สีหน้าของนางซีดขาว ดวงตาทั้งคู่ขยับตามแรงลมที่พัดมาเบาๆ
นางไม่ได้พูดอันใด ใบหน้านั้นไม่บอกอารมณ์และความรู้สึก นอนนิ่งราวกับเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบสีขาว