ขนตาทั้งยาวทั้งงอนนั้นทิ้งตัวลงมาเป็นแพราวกับพัด บดบังดวงตาโค้งมนของนาง เหมือนผีเสื้อที่หยุดพักด้วยเหน็ดเหนื่อยเหลือแสน
อากาศยามบ่ายทั้งร้อนทั้งอบอ้าว เสี่ยวฉีสวมอาภรณ์สีดำทั้งชุด ที่จริงเขาร้อนกว่าใครเพื่อน เขายืนอยู่ในที่ร่มของระเบียงทางเดินโดยไม่ส่งเสียง ได้แต่มองไปทางซินหรูเป็นพักๆ ๆ ซินหรูกลับมองหลินชิงเวยที่นอนอยู่บนชิงช้าด้วยสายตาเลื่อนลอยและเช็ดน้ำตาป้อยๆ เป็นพักๆ
ดูเหมือนหลินชิงเวยจะหลับไปแล้ว ชายกระโปรงสีเขียวอ่อนนั้นปลิวสะบัดขึ้นตามแรงลม ราวกับร่างของนางทั้งร่างปราศจากน้ำหนัก
ซินหรูบ่นพึมพำ “เวลานี้เรื่องที่ข้าเสียใจที่สุดก็คือพี่สาวต้มน้ำแกงนกพิราบให้ข้ากินในเวลานั้น”
เสี่ยวฉีไม่พูดไม่จา เขานั่งฟังเงียบๆ
นางพูดอีกว่า “หากเวลานั้นข้าไม่ยอมกิน พี่สาวก็ไม่ต้องยิงนกพิราบที่บินอยู่บนฟ้าพวกนั้นลงมา และเซ่อเจิ้งอ๋องไม่ต้องมาหาพวกเราเพื่อคิดบัญชี หากเป็นเช่นนั้น พี่สาวย่อมไม่ ต้องพบกับเซ่อเจิ้งอ๋อง ไม่ต้องทุกข์ทรมานเช่นทุกวันนี้”
นี่เป็นครั้งแรกในหลายวันนี้