ค่ะ” แม้ปากจะพูดเช่นนั้น ทว่าในใจยังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นต่อหลินชิงเวย
ไหนเลยจะคิดว่าซีเฟยกลับไปจากตำหนักฉางเหยี่ยนได้เพียงสองวันก็ล้มป่วยลง
หลังจากหลินชิงเวยกลับมาถึงวังหลวง เสี่ยวฉีไม่เคยปรากฏกายต่อหน้าหลินชิงเวย แต่หลินชิงเวยรู้ว่าเจ้าหนุ่มตัวเหม็นนั่นยังคงคิดถึงซินหรู ขอเพียงมีซินหรูอยู่ ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าเขาจะไม่ปรากฏตัว
คืนนี้เสี่ยวฉีลอบเข้ามาในเรือน เดิมทีคิดจะมาดูว่าซินหรูเข้านอนแล้วหรือไม่ ยังไม่ทันได้ไปถึงขอบหน้าต่าง หลินชิงเวยก็ปรากฏกายขึ้นด้านหลัง นางยืนกอดอกพูดอาดๆ ว่า “เป็นเพราะเจ้าลักเล็กขโมยน้อยจนเป็นนิสัยแล้วใช่หรือไม่ ให้เจ้าเข้าทางประตูหลัก เจ้ากลับไม่คุ้นชิน?” เงาร่างสีดำของเสี่ยวฉีชะงักงัน เขาค่อยๆ หันหน้ากลับมาเห็นหลินชิงเวยยืนอยู่ภายใต้โคมไฟของระเบียง แสงไฟสลัวที่สาดส่องลงมาทำให้เงาร่างของนางดูอบอุ่นคลุมเครือ
เสี่ยวฉีรู้สึกตัวและคิดจะหนี
หลินชิงเวยพูดไม่เร็วไม่ช้า “เจ้าหนีเถิด ครั้งนี้เจ้าหนี ข้ารับรองได้เลยว่าครั้งหน้าเจ้าไม่มีทางได้เข้ามาในเรือนหลังนี้อีก ไม่มีโอกาสได้พบกับซินหรูอีกต่อไป”
ร่างของเสี่ยวฉีหยุดอยู่กับที่ เขาหันกายมาพูดเสียงละห้อย “ข้าน้อยคารวะเจาอี๋เหนี