งเลิกล้มความคิดต้องการตายของนาง
หากนางตายไปจริงๆ นางจะเผชิญหน้ากับความลำบากของกู้เทียนหลินอย่างไรเล่า? แล้วจะมีหน้าไปเผชิญหน้ากับชีวิตนับร้อยของสกุลกู้ได้อย่างไร?
ดังนั้นนางจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป นางต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี
กู้หมิงเฟิ่งสูดลมหายใจลึกๆ สองครั้ง จากนั้นค่อยๆ โน้มกายลงไปกระทั่งหน้าผากแนบลงกับบนพื้นอันหนาวเย็นทิ่มแทงกระดูก พูดเสียงแหบ “วันนั้นเป็นกู้หมิงเฟิ่งกระทำการวู่วาม ทำให้เซ่อเจิ้งอ๋องบาดเจ็บและเกือบทำร้ายแม่นาง กู้หมิงเฟิ่งสำนึกผิดแล้ว ทว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับแม่ทัพเฉินเด็ดขาด กู้หมิงเฟิ่งทำคนเดียว รับผิดคนเดียว หากเซ่อเจิ้งอ๋องจะลงโทษกู้หมิงเฟิ่ง กู้หมิงเฟิ่งยินดีรับโทษ กู้หมิงเฟิ่งขอขมาท่านอ๋องและแม่นาง ขอเพียงท่านอ๋องยังคงรับปากพลิกคดีให้กับสกุลกู้ของข้า ข้ากู้หมิงเฟิ่งถึงตายก็ไม่เสียใจ”
หลินชิงเวยมองสตรีดื้อรั้นผู้นี้ ความเย็นชาในแววตาค่อยๆ เลือนหายไป ผู้ใดไม่รู้บ้างว่านางเป็นทุกข์ หากนางมิได้เป็นคนมีคุณธรรมในจิตใจ ไยจึงกระทำเรื่องเช่นนี้ออกมาโดยไม่คำนึงชีวิตของตนเล่า ทว่าบัดนี้นางไม่อาจให้เฉินเหยียนจือต้องเดือดร้อนเพราะนาง
ภายในลานเรือนเงียบงันไปชั่วครู่ เซียวเยี