่ยนรับรู้ได้ถึงสายตาที่หลินชิงเวยมองมา ในที่สุดเขาจึงเอ่ยปากว่า “ลุกขึ้นมาให้หมดเถิด เปิ่นหวางไม่คิดจะถือสาหาความกับความผิดที่แล้วมาของเจ้า แต่หากเจ้ากล้าทำร้ายนางแม้เพียงเส้นผม เปิ่นหวางจะสังหารเจ้าทันที”
“นาง” ที่เขาเอ่ยถึงก็คือหลินชิงเวยอย่างไร้ข้อกังขา
แววตากู้หมิงเฟิ่งไหววูบ เฉินเหยียนจือร้องขึ้นด้วยความยินดี “ยังไม่รีบขอบพระทัยอีก?”
กู้หมิงเฟิ่ง “กู้หมิงเฟิ่งขอบพระทัยท่านอ๋อง ขอบคุณแม่นาง”
เฉินเหยียนจือพูดขึ้นด้วยความยินดีว่า “ข้าน้อยขอบคุณท่านอ๋องและแม่นางที่ใจกว้างเมตตาขอรับ”
ต่อมาคนทั้งสองลุกขึ้นกล่าวอำลาเซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยแล้วถอยออกไป หลังจากนั้นไม่นานมีคนเข้ามาบอกความว่าห้องโถงหน้าได้เตรียมอาหารมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้ว เชิญเซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยไปทานมื้อเที่ยงที่นั่น
เซียวเยี่ยนเบี่ยงกายมองหลินชิงเวย สายตาของคนทั้งสองประสานกันกลางอากาศ ราวกับอุณหภูมิพลันร้อนขึ้น หลินชิงเวยยักไหล่แล้วคืนกระบี่ให้เขาและพูดว่า ท่านไปก่อนเถิด ข้าเหงื่อออกเต็มตัว ขอตัวกลับเรือนไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก่อน”
เซียวเยี่ยนพยักหน้า “อืม”
หลินชิงเวยก้าวเข้าไปในห้อง นางก้าวเข้าไปในด้านหลังฉากกันลมแล้วผลัดอาภรณ์ชื้