ยไร้ซึ่งหนทางขัดขืน
ชิงหลันเลื้อยขึ้นมาบนหัวไหล่ของนางแล้วหันไปแลบลิ้นแยกเขี้ยวใส่เขา
เขายื่นมือมาสกัดจุดบนร่างของหลินชิงเวยพร้อมเอ่ยอย่างอารมณ์ดีว่า “เวยเวย ผ่อนคลายลงหน่อย หากงูตัวนี้กัดเปิ่นหวาง เปิ่นหวางจะลากเจ้าให้ตกลงจากหลังม้าด้วยกัน มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องตายภายใต้เกือกม้าก็เป็นได้”
“เซียวอี้!” หลินชิงเวยขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ระหว่างที่ใกล้ชิดกันเมื่อสักครู่ นางเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นี้ชัดเจน รอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเดือดดาลสุดจะเปรียบ
เซียวอี้แย่งสายบังเหียนมาจากมือของหลินชิงเวยพร้อมกับเปลี่ยนทิศทาง
สายลมอันเหน็บหนาวพัดเส้นผมดำขลับของหลินชิงเวยลูบไปกับแก้มของเซียวอี้ มีโฉมสะคราญอยู่ในอ้อมกอดเขามีความสุขเหลือเกิน ราวกับดอกไม้ท่ามกลางแสงจันทร์ก็มิสู้ควบม้าท่ามกลางหิมะในยามนี้
หลินชิงเวยเอ่ยเสียงเย็น “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะออกจากวังคืนนี้?”
เซียวอี้พูดยิ้มๆ “เจ้าลองเดา”
“ท่านวางคนไว้ในตำหนักฉางเหยี่ยนของข้า?”
“เวยเวยฉลาดเฉลียวจริงๆ”
ต่อมาหลินชิงเวยย่อมไม่ถามอันใด เขาต้องรู้เป็นแน่ว่านางต้องการไปที่ใด หาไม่แล้วคงไม่แย่งคนมาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ หรือไม่อีกที เขา