องหนึ่งก็คือต้องการสงบสติอารมณ์เพียงลำพัง เจิ้นเห็นเจ้าและเสด็จอาอยู่ด้วยกัน เจิ้นต้องสงบสติอารมณ์ เจิ้นเพียงคิดว่าจิตใจของเจ้าไม่ได้อยู่ที่เจิ้น เจิ้นต้องสงบสติอารมณ์ มาบัดนี้เสด็จอาไม่อยู่ในวัง เจิ้นกลับรู้ว่าเจ้าคิดจะติดตามเขาไปทุกชั่ววินาที ทุกครั้งที่เจิ้นคิดจะเป็นเจ้าของตัวเจ้า…ทั้งหมดทั้งมวล ล้วนต้องควบคุมตนและสงบสติอารมณ์”
หลินชิงเวยแจ่มแจ้งดีว่าหากว่ากันด้วยวัยแล้ว เซียวจิ่นผู้อยู่เบื้องหน้านางมีอายุน้อยกว่าตนสามปี แต่เรื่องของจิตใจแล้วนั้นกลับไม่น้อยกว่าสิบปี เพียงแต่ยามนี้เมื่อนางได้ยินเซียวจิ่นเอ่ยความในใจตรงไปตรงมาเช่นนี้ เห็นความเจ็บปวดและความพยายามในแววตาของเขาแล้วในใจกลับรู้สึกหวาดกลัว
เซียวจิ่นหัวเราะเสียงขื่น ริมฝีปากแดงชุ่มชื้น ทั้งๆ ที่ริมฝีปากที่โค้งขึ้นนั้นชวนมองยิ่งนัก ทว่ากลับทำให้คนหัวใจสลาย เขามองหลินชิงเวยด้วยสายตาลุ่มลึกและกล่าวอีกว่า “ตั้งแต่เจิ้นลืมตาขึ้นเห็นเจ้าในวินาทีแรก เจิ้นก็รู้ว่าเจ้าไม่เหมือนสตรีคนอื่น เจ้ารักษาขาที่พิการของเจิ้น ทำให้เจิ้นยืนขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง เจ้าช่วยชีวิตโดยไม่คำนึงถึงชีวิตของตนครั้งแล้วครั้งเล่า ปกป้องเจิ้นอย่างที่สุด ทำให้เจิ้นคิดว่า