ะไม่โดดเดี่ยวอ้างว้างอีกต่อไป
เมื่อหลินชิงเวยหันกลับมานั้นนางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กระบอกตาทั้งคู่แดงระเรื่อเล็กน้อยจนแทบจะสังเกตไม่เห็น ในปีที่ผ่านมานี้ ถือเสียว่าหัวใจของนางเอาไปเลี้ยงสุนัขก็แล้วกัน
เมื่อนางสาวเท้าเดินออกไปได้สองก้าวก็เดินมาถึงข้างใต้หน้าต่างกระเบื้องหลากสีพอดิบพอดี แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องลงบนร่างของนาง ทำให้ร่างของนางราวกับโปร่งแสง นางรู้สึกว่าแสงนั้นทิ่มแทงสายตาเหลือเกินจึงหรี่ตาลง
คำพูดยังพูดไม่หมด ทว่าในช่วงวินาทีนั้นราวกับมีลมหมุนสายหนึ่งมาจากด้านหลังพวยพุ่งเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายอันเย็นชา ครอบคลุมร่างของหลินชิงเวยเอาไว้ทั้งหมด
อาภรณ์ปลิวพลิ้วสะบัดแนบติดไปกับชั้นวางหนังสือ หนังสือบนชั้นวางหนังสือขยับเคลื่อนไหวเล็กน้อย หลินชิงเวยยังไม่ทันได้รู้สึกตัว เบื้องหน้าพลันกลายเป็นเพียงความมืดมิด
นางช้อนตาขึ้นมองไปกลับเห็นร่างของเซียวเยี่ยนเคลื่อนกายเข้ามาอยู่ระหว่างนางและหน้าต่างกระเบื้อง เขายืนหันหลังให้แสง เงาร่างของเขาถูกแสงแดดสาดส่องสว่างไสวราวกับฉาบไปด้วยหิมะสีขาวชั้นหนึ่ง ขับให้กรอบหน้าของเขายิ่งคมชัดขึ้น ดวงตาทั้งคู่นั้นจับจ้องหลินชิงเวยแน่วนิ่ง
หลินชิงเวยขยับเท้าจึงพบว่าข