ดูหรือวัยทองเพคะ”
ครั้งที่แล้วไทเฮาถูกหลินชิงเวยบิดข้อมือหักไปข้างหนึ่ง ไม่ว่าครั้งนี้นางจะเดือดดาลเพียงใดก็ต้องอดทนอดกลั้นไม่ลงไม้ลงมือด้วยตนเอง นางพูดกับหลินชิงเวยด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว “เจ้าคิดว่าเจ้าไม่ยินยอม เปิ่นกงก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้หรือไร? บอกเจ้าเอาไว้ เปิ่นกงมีวิธีการที่จะทำให้เจ้าอยู่มิสู้ตายเช่นกัน เปิ่นกงอยากจะดูนักว่าเจ้าจะต่อสู้กับเปิ่นกงจนถึงที่สุด หรือจะรักและถนอมชีวิตของตนเอง!”
ที่นี่เป็นตำหนักบรรทมของไทเฮา ไทเฮาหันไปบัญชาหมัวมัวสองคน “จับตัวนางเอาไว้ ส่งไปที่ห้องลับ!”
หลินชิงเวยเห็นหมัวมัวคนหนึ่งลูบมือไปบนชั้นวางหนังสือที่วางติดกำแพงกลางตำหนักบรรทม บนชั้นวางหนังสือมีหนังสือวางอยู่เพียงไม่กี่เล่ม ที่วางอยู่มีเพียงเครื่องประดับหยกไม่กี่ชิ้น หมัวมัวหมุนรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมหยกหนึ่งในนั้น ชั้นวางหนังสือตัวนั้นถึงกับเป็นชั้นวางหนังสือที่พับได้ตัวหนึ่ง มันเคลื่อนออกจากกันไปทางซ้ายขวาด้วยตัวของมันเอง ปรากฏให้เห็นประตูหินบานหนึ่ง
ด้านข้างมีปุ่มเปิดประตูหิน หลังจากหมัวมัวบิดปุ่มเปิดปิด พลันปรากฏให้เห็นเส้นทางเดินลงไปยังใต้ดิน เสมือนประตูมืดมิดบานใหญ่บานหนึ่ง
ต่อมาหมัวมัวทั้งสองเดินเข้ามาหาหลินชิงเวยเพื่อนำตัวนางไปขังไว้ในห้องลับโดยไม่พูดไม่จา
เมื่อเปรียบเทียบกับหมัวมัวที่มีร่างกายใหญ่โตและนิสัยดุร้ายแล้ว หลินชิงเวยย่อมต้องเปราะบางเรี่ยวแรงน้อยกว่ามาก ต่อให้นางมีวิธีการรับมือแบบ