ะตูหน้าต่างปิดเบาๆ
ภายใต้แสงสว่างของโคมไฟใต้ชายคาเรือน หลินชิงเวยจดจำเขาได้ เป็นเสี่ยวฉี
ฮึ เจ้าสุนัขจิ้งจอกตัวโต คิดถึงแต่ลูกแกะน้อยที่อยู่ข้างในล่ะสิ
เสี่ยวฉีมองหลินชิงเวยเช่นกัน เขาไม่กล้าเสียมารยาทจึงรีบก้มหน้าลงพูดเสียงต่ำ ด้วยหลินชิงเวยแต่งกายไม่เรียบร้อยนัก “กระหม่อมถวายคำนับเหนียงเหนียง เหนียงเหนียงอยู่ที่นี่ด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”
หลินชิงเวยกวักมือเรียกเขา “เจ้ามานี่” เสี่ยวฉีเดินมาถึงในลานเรือน หลินชิงเวยกอดอกมองประเมินเขาขึ้นๆ ลงๆ “ฟังจากน้ำเสียงของเจ้าแล้ว ดูเหมือนข้าไม่สมควรอยู่ที่นี่งั้นหรือ ผู้ที่ไม่สมควรอยู่ที่นี่เป็นเจ้ามากกว่ากระมัง ดูเหมือนเจ้าจะว่างเหลือเกินนะ กลางดึกกลางดื่นยังมาช่วยซินหรูของข้าปิดหน้าต่าง เจ้ามาอยู่ที่นี่เสียเลยจะดีกว่า” ลูกแกะน้อยในเรือนตนถูกผู้อื่นถวิลหา ในใจหลินชิงเวยไหนเลยจะยินดีได้
เสี่ยวฉีเงียบงัน “กระหม่อมเพียงแต่เห็นเข้าเมื่อผ่านมาจึงช่วยปิดให้เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” หยุดไปครู่หนึ่งเขารีบกล่าวเสริมอีกว่า “กระหม่อมไม่ได้มาหาซินหรู แต่มาหาเหนียงเหนียงโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ”
หลินชิงเวยขมวดคิ้ว “มาหาข้าเพื่ออันใด? หรือเซ่อเจิ้งอ๋องกลับมาแล้ว?”
เสี่ยวฉีตอบ “กลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ไทเฮาถึงกับให้คนไปดักรอด้านนอกประตูวังแต่แรก ทันทีที่ท่านอ๋องกลับมาก็ถูกไทเฮาเชิญตัวไปพ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าของหลินชิงเวยเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา “ไปนานแค่ไหนแล้ว”
“หนึ่งชั่วยามพ่ะย่ะค่ะ