คุมม้าหนุ่ม ขาทั้งสองข้างของเขาหนีบลงบนท้องม้า ม้าหนุ่มตัวนั้นคลุ้มคลั่งถึงขีดสุด มันยกเท้าข้างหน้าทั้งสองขึ้นเงยแหงนร่างของตนไปด้านหลังด้วยคิดจะสลัดเซียวเยี่ยนให้ตกจากหลังของมันให้ได้ มันพบว่ามันสลัดไม่หลุด ดังนั้นจึงโจนทะยานไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง
ฝูงม้าหนุ่มวิ่งขึ้นไปบนเนินดินข้างหน้าเพียงพริบตา แล้ววิ่งลงจากเนินดินไป จากนั้นมองไม่เห็นแม้แต่เงา หลินชิงเวยได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าม้าอันหนักแน่นค่อยๆ ห่างไกลออกไป
หลินชิงเวยคิดในใจว่าในเมื่อเซียวจิ่นยังไม่เป็นห่วง เช่นนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงกระมัง ในเมื่อเซียวเยี่ยนมีความสามารถที่แท้จริง เขาย่อมไม่ทำเรื่องที่ตนไม่มีความมั่นใจ ดังนั้นนางจึงนั่งลงชื่นชมทิวทัศน์และกินของว่างข้างกายเซียวจิ่นอย่างสบายอกสบายใจ
เซียวจิ่นพลันพูดขึ้นมาว่า “ชิงเวย เจิ้นอยากขี่ม้า”
หลินชิงเวยเกือบจะสำลักเมล็ดองุ่น นางกลืนลงไปอย่างยากลำบากแล้วจึงถามว่า “ฝ่าบาทขี่ม้าเป็นหรือไม่เพคะ?”
เซียวจิ่นพูดกลั้วหัวเราะ “เจ้าเห็นเจิ้นตั้งแต่เกิดมาก็นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น เจ้าว่าเจิ้นขี่ม้าเป็นหรือไม่ล่ะ”
หลินชิงเวย “…เช่นนั้นแล้วฝ่าบาทยังคิดจะขี่ม้าอีก ล้มเลิกความคิดนี้เสียเถิดเพคะ”
“เช่นนั้นเจ้าอยากเรียนขี่ม้าหรือไม่?”
หลินชิงเวย “หากมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้ทักษะเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง ย่อมเป็นเรื่องไม่เลวเพคะ”
“เช่นนั้นหากเจ้ายอมให้เจิ้นขี่ม้าสักครู่ อีกประเดี๋ยวเจิ้นจะอน