ุญาตให้เจ้าเรียนขี่ม้า เป็นอย่างไรเล่า?”
“ไม่เป็นอย่างไรเพคะ”
แม้จะพูดเช่นนี้แต่เซียวจิ่นเป็นถึงฮ่องเต้ คิดจะทำอะไรยังต้องให้หลินชิงเวยเห็นด้วยอย่างนั้นหรือ เขาพูดเช่นนี้ถือเป็นการให้เกียรติหลินชิงเวยอย่างมากแล้ว หลินชิงเวยไม่ใช่เซ่อเจิ้งอ๋อง นางไม่อาจห้ามไม่ให้เขาทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ที่สำคัญคือหากเป็นการขี่ม้าเดินไปรอบๆ หลินชิงเวยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ดังนั้นครูฝึกม้าจึงจูงม้าสีขาวนิสัยอ่อนโยนยิ่งยวดมาตัวหนึ่ง เป็นม้าที่ชี้ให้มันไปทางตะวันออกมันก็จะไม่ไปทางตะวันตกเด็ดขาด ให้มันหยุดมันก็ไม่กล้าเดินไปข้างหน้าแม้สักก้าว
ภายใต้การช่วยเหลือของครูฝึกม้าและหลินชิงเวย เซียวจิ่นจึงขึ้นไปนั่งบนหลังม้าได้สำเร็จ ขาทั้งคู่ของเขาห้อยอยู่ข้างท้องม้าแต่ละด้าน ไม่มีอุปสรรคอันใด
เซียวจิ่นขี่ม้าเป็นครั้งแรก หลินชิงเวยจูงม้าเดินไปรอบๆ สนามหญ้าสองรอบ สีหน้าของเซียวจิ่นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
เขาพูดขึ้นว่า “รอให้เจิ้นหายดีเสียก่อน จะต้องให้เสด็จอาสอนให้เจิ้นขี่ม้า เจิ้นอยากควบม้าเร็วเพียงใดก็ควบให้เร็วเพียงนั้น”
ต่อมาหลินชิงเวยได้ยินเสียงควบม้าลอยมาจากไกลๆ จึงรีบพูดขึ้นว่า “เสด็จอาจะกลับมาแล้ว” เซียวจิ่นมีสีหน้าร้อนตัวอยู่สองส่วน หลินชิงเวยจูงม้าสีขาวนั้นมาถึงด้านข้างประคับประคองเขาลงมาจากหลังม้า คนทั้งสองรีบเดินเข้าไปนั่งรออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยใต้หลังคา นั่งกินและดื่มต่อไป
ปรากฏว่าทันทีที่นั