ปวดใจนิดๆ
กับข้าวเหล่านี้ล้วนเป็นอาหารที่เขากินเป็นประจำ แต่วันนี้รสชาติกลับไม่เหมือนที่ผ่านมา เป็นเพราะเขาหิวแล้วแน่ๆ เขาเพิ่งจะรู้สึกว่าอาหารที่กินในวันนี้เอร็ดอร่อยกว่าที่แล้วๆ มา
หลินชิงเวย “ถึงเวลาอาหารแล้ว เหตุใดท่านไม่เรียกให้ตั้งโต๊ะเสวยเล่า”
เซียวเยี่ยนพูดเรียบๆ “ไม่ได้สังเกต”
หลินชิงเวยขัดเคืองใจแต่ทำอะไรเขาไม่ได้ “ท่านคิดว่าท่านเป็นมนุษย์เหล็กหรือ ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่นอน ไม่พักผ่อนแล้วยังยืนหยัดอยู่ได้โดยที่ไม่เจ็บป่วย” เซียวเยี่ยนไม่พูดไม่จา นางพูดอีกว่า “ฝ่าบาทยังไม่ทำงานหนักเช่นท่าน ท่านจะแอบเกียจคร้านบ้างสักครู่จะเป็นไรไป”
เซียวเยี่ยนเงียบไปเนิ่นนานจึงพูดว่า “เส้นทางในวันข้างหน้าเขาต้องเดินคนเดียว เปิ่นหวางพยายามที่จะทำให้เส้นทางที่เขาต้องเดินราบรื่นสักหน่อย”
หลินชิงเวยตะลึงงัน ไม่พูดอะไรอีก
เซียวเยี่ยนกินอาหารที่นางนำมาจนหมดเกลี้ยง หลินชิงเวยหันไปเปิดกล่องอาหารที่ไทเฮาส่งมา เห็นกับข้าวที่อยู่ในนั้นล้วนเป็นอาหารที่ทำมาอย่างพิถีพิถัน จึงพูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มอย่างอดไม่ได้ว่า “เหตุใดท่านไม่กินอาหารที่ไทเฮาส่งมาเล่า”
เซียวเยี่ยนเรียกเสี่ยวฉีเข้ามา นำอาหารที่ไทเฮาส่งมาไปเททิ้ง
ต่อมาเซียวเยี่ยนกลับไปสะสางราชกิจต่อ หลินชิงเวยมองดูรอบกายแล้วคิดว่าไม่มีเรื่องอะไรของนางแล้วจึงยักไหล่พูดขึ้นว่า “ต่อให้ท่านงานยุ่งขึ้นมาก็ต้องระมัดระวังเรื่องสุขภาพของตนเองด้วย ที่นี่ไม่มีเรื่องข