องข้าแล้ว ข้าไม่รบกวนเวลาของท่านดีกว่า”
เซียวเยี่ยนวางฎีกาในมือลง สายตาเลื่อนจากฎีกามามองหลินชิงเวย ดวงตาเรียวยาวรูปหงส์นั้นนิ่งลึก “เจ้างานยุ่งมากหรือ”
หลินชิงเวย “ไม่ยุ่ง ข้าว่างจะแย่ เป็นท่านที่งานยุ่ง” นางไม่ปรารถนาที่จะเป็นสตรีที่ไม่รู้จักกาลเทศะ
เซียวเยี่ยน “ในเมื่อเจ้าไม่มีธุระอันใดก็นั่งสักครู่ รอเปิ่นหวางสะสางงานเสร็จแล้วส่งเจ้ากลับไป” หลินชิงเวยตกตะลึงเล็กน้อย เซียวเยี่ยนจึงกล่าวเสริมอีกประโยคหนึ่ง “ใช้เวลาไม่นานหรอก”
หลินชิงเวยได้ยินเช่นนั้น นางเห็นเซียวเยี่ยนก้มหน้าลง ทำงานของตนเองต่อจึงอดไม่ได้ที่จะใจเต้นโครมคราม นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหรือไม่นะ?
อย่างไรนางก็ไม่มีอะไรทำ ให้นั่งรออยู่ที่นี่อย่างเงียบเชียบก็รอเถิด ดังนั้นหลินชิงเวยจึงไม่รบกวนเขา ตนเองไปหาหนังสือจากชั้นหนังสือมาอ่าน ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดอย่างไรนางก็อ่านหนังสือเล่มนั้นอย่างจดจ่อ กระทั่งตนเองยังรู้สึกว่าเวลาเพิ่งผ่านไปไม่นานนักก็มีเงาร่างของคนสายหนึ่งมาครอบคลุมเบื้องหน้านาง
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองเซียวเยี่ยน “ท่านทำงานเสร็จแล้วหรือ”
“อืม” เซียวเยี่ยนมองหนังสือในมือของนาง “หากเจ้าชอบหนังสือเล่มนี้ นำกลับไปอ่านได้”
หลินชิงเวยปิดหนังสือ “ฆ่าเวลาเท่านั้นเอง ไม่อาจพูดได้ว่าชอบมาก” นางตรองดูแล้วพูดอีกว่า “แต่การอ่านหนังสืออ่านเพียงครึ่งเดียวไม่อ่านหมด ในใจรู้สึกค้างๆ คาๆ เช่นนั้นท่า