นถือเอาไว้ช่วยข้านำกลับไปเถิด” หนังสือเล่มนั้นทั้งหนาและหนัก หลินชิงเวยยัดหนังสือเล่มนั้นใส่มือของเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน เขาถือหนังสือเล่มนั้นเดินออกไปข้างนอก “ไปเถิด เปิ่นหวางจะส่งเจ้ากลับไป”
ออกจากห้องทรงพระอักษรขันทีสองคนที่ทำหน้าที่ยืนเฝ้าผลัดดึกล้วนง่วงนอนจนนั่งยองๆ สัปหงกอยู่ข้างกำแพง ทว่าองครักษ์ด้านนอกเรือนยังยืนตรงเสมือนพู่กัน
เมื่อเซียวเยี่ยนออกมา ขันทีที่กำลังสัปหงกอยู่สะดุ้งโหยง พวกเขารีบจับหมวกและลุกขึ้นถวายคำนับ เซียวเยี่ยนจึงพูดขึ้นว่า “ไปพักผ่อนเถิด”
หลินชิงเวยมองดูท้องฟ้า นางรู้ดีว่าเวลานี้เป็นเวลาดึกดื่นแล้ว คำพูดที่นางพูดกับเซียวจิ่นในคืนนี้ หลินชิงเวยใคร่ครวญดูแล้วยังไม่ได้บอกกับเซียวเยี่ยน รอให้น้ำมา คลองเกิดทุกอย่างจึงจะถึงเวลาสัมฤทธิผลแล้วค่อยบอกเขาเถิด ดังนั้นทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันมากนักตลอดทาง กระทั่งเซียวเยี่ยนส่งหลินชิงเวยถึงหน้าประตูตำหนักฉางเหยี่ยน
เห็นขันทีฝืนเฝ้าประตูตำหนักตั้งแต่ไกล แสงจากโคมไฟหน้าประตูดูมืดสลัว หลินชิงเวยพลันหยุดฝีเท้า เซียวเยี่ยนเดินอยู่ข้างหน้านางจึงหยุดลงเช่นกันพร้อมกับหันมามองนาง
หลินชิงเวยเอียงหน้าพูดยิ้มๆ “ในเมื่อมาส่งถึงที่นี่แล้ว จากประตูใหญ่ถึงเรือนที่ข้าอาศัยอยู่ยังต้องเดินอีกราวๆ หนึ่งก้านธูป แต่ข้าเหนื่อยแล้ว ไม่สู้เสด็จอาใช้วิชาตัวเบาส่งข้ากลับเรือน เช่นนั้นจะออมแรงได้สักหน่อย”
เซียวเยี่ยนเงียบขรึ