มา
หลินชิงเวยราวกับรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร จึงเอ่ยขัดจังหวะคำพูดของเขา “ไม่เอ่ยถึงเรื่องราวเลวร้ายเหล่านั้นได้หรือไม่”
เซียวเยี่ยนจึงไม่พูดจา
เดินไปๆ เซียวเยี่ยนหยุดเดินกะทันหัน ศีรษะของหลินชิงเวยชนเข้ากับกระดูกสันหลังบนแผ่นหลังของเขา ทัศนียภาพโดยรอบงดงามหลินชิงเวยจึงเอาแต่เงยหน้ามองซ้ายมองขวา ไม่ได้ระมัดระวังกำแพงสูงใหญ่ข้างหน้า หลินชิงเวยนวดจมูกของตนและถามว่า “ท่านหยุดเดินทำไมกัน”
เซียวเยี่ยนหันกลับมาก้มหน้ามองนาง “อยากดูนกยูงหรือไม่?”
หลินชิงเวยเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าด้านข้างมีประตูบานหนึ่ง ด้วยกาลเวลาผ่านมาเนิ่นนาน ดังนั้นบนประตูล้วนมีเถาวัลย์สีเขียวเลื้อยคลุมเต็มไปหมดจึงแยกไม่ออก
หลินชิงเวยกล่าวยิ้มๆ “ในเมื่อมาก็มาแล้ว หากไม่เข้าไปดูสักหน่อยก็เป็นการเสียเที่ยวน่ะสิ”
พื้นหินสีเขียวเหล่านั้นล้วนถูกต้นหญ้าขึ้นคลุมไปหมด เดินลำบากยิ่ง หลังจากเซียวเยี่ยนเอ่ยเตือนขึ้นประโยคหนึ่ง “เดินระวังด้วย” ก็เห็นหลินชิงเวยเกือบจะลื่นล้มครั้งหนึ่งจึงรีบจับมือนางพาเดินไปข้างหน้าทีละก้าวๆ
หลินชิงเวยตื่นตะลึง รอยยิ้มบนริมฝีปากคล้ายมีคล้ายไม่มีนั้นกลับงดงามกว่าดอกเฉียงเวยที่บานอยู่บนกำแพงก่อนหน้านี้เสียอีก
แม้เซียวเยี่ยนจะไม่ได้หันกลับมา เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อมองทางเดินยื่นมือข้างที่ว่างไปผลักประตูใหญ่ที่ปิดสนิท เถาวัลย์สีเขียวบนประตูถูกดึงจนขาดออกจากกัน เส้นผมดำขลับยาวของเขาแผ่สยาย ตกลงมาข้างแก้มของ