นี้โดยที่ไม่สติแตกเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นคงไม่เอนกายอยู่บนสนามหญ้าใต้ต้นไม้และนอนหลับไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว…
ใครใช้ให้นางหิวเล่า นอกจากนอนหลับแล้วยังมีวิธีการอื่นในการแก้ปัญหาความหิวได้อีกหรือ?
แสงตะวันค่อยๆ เคลื่อนคล้อยไปทางทิศตะวันตกอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว หลินชิงเวยนอนจนถึงยามบ่าย นางไม่ได้รู้สึกตัวตื่นเองแต่เป็นเพราะเสียงร้อง “กรู๊ๆๆ” ที่ดังอยู่ข้างหู นางลืมตาขึ้นอย่างไม่เต็มใจเห็นนกพิราบฝูงหนึ่งล้อมรอบตัวของนาง ประสานสายตากับนางด้วยดวงตาใหญ่และดวงตาเล็ก ขาดเพียงไม่ได้วางดอกไม้สดช่อหนึ่งบนหน้าอกของนางแล้วส่งนางเข้าไปในพิธีเผาศพเท่านั้นเอง
ยามนี้นางได้ยินเสียงร้อง “กรู๊ๆๆ” ดังขึ้นอีกครั้ง หลินชิงเวยมองไปที่ท้องของตนเงียบๆ ด้วยเสียงนั้นมิใช่เสียงที่บรรดานกพิราบร้องเรียก แต่เป็นเสียงที่ดังออกมาจากท้องของนาง เงียบสงบเกินไปต่อต้านความหิวไม่ได้
นกพิราบเหล่านี้ล้วนก้มหัวลงมองหน้าท้องของหลินชิงเวย จากนั้นต่างพากันส่งเสียงร้องประสานเสียงกัน “กรู๊ๆๆ”
หลินชิงเวยไม่อยากจะเชื่อว่าที่จริงเสียงร้องของกระเพาะของนางถึงกับดึงดูดให้นกพิราบโง่งมเหล่านี้ประสานเสียงร้องพร้อมกัน
หลินชิงเวยคิดในใจว่าเสี่ยวฉีผู้นั้นเป็นผู้มีตาหามีแววไม่ สะบัดก้นก็พาซินหรูเดินจากไปไม่ย้อนกลับมาอีกเลย ไม่รู้หรือว่านางก็หิวเป็น มาตรว่าเวลานี้คนทั้งสองกำลังเก็บเห็ดใต้ต้นไม้อย่างมีความสุข นางปรารถนาให้ซินหรูเก็บเห็ดดอกหนึ่ง