ที่กำลังเดินมา ยามนั้นสภาพจิตใจของนางยังคงเต็มไปด้วยความว้าวุ่น ยังคิดไม่ออกว่าจะรับหน้าอย่างไรดี
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเซียวเยี่ยนเห็นนางแล้ว ดวงตารูปหงส์ทอประกายบางๆ ฝีเท้านั้นหยุดรั้งลงเพื่อรอให้นางเดินเข้ามา หลินชิงเวยเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของคนผู้นั้นเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นางตัดสินใจไม่รอให้เซียวเยี่ยนเดินมาถึงเบื้องหน้าตนก็หันหน้าวิ่งกลับไปทางเล็กโดยไม่หันมามองอีก
ช่วยไม่ได้จริงๆ นางเพียงแค่ไม่อยากพบกับเขา
เซียวเยี่ยนหยุดฝีเท้า เบี่ยงกายมองเงาร่างของหลินชิงเวยที่วิ่งออกไปไกล เขามีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยและทอดถอนใจยาวเหยียด
ที่จริงแล้วภายในวังไม่มีกิจกรรมสันทนาการอะไรให้ทำ หลินชิงเวยพบว่าเมื่อนางไม่ได้ไปมาระหว่างตำหนักซวี่หยางก็รู้สึกว่างงานไม่มีอะไรทำ ต่อให้นางเอนกายนอนอยู่บนเก้าอี้ยาวเพื่อตากลมมองแสงตะวัน นางก็ยังรู้สึกว่าตนเองใกล้จะขึ้นราแล้ว
สำหรับความขัดแย้งระหว่างนางและเซียวเยี่ยน เซียวจิ่นไม่ได้บังคับฝืนใจคน อาการประดักประเดิดทำตัวไม่ถูกของนางหายดีเมื่อเสี่ยวฉีมาเยือนด้วยตนเองในวันนั้น
ยามสายวันนี้ซินหรูวิ่งเข้ามารายงานว่าเสี่ยวฉีมาพบพร้อมกับบอกว่ามีเรื่องสำคัญ
อย่างไรหลินชิงเวยก็มีเวลาว่างอย่างยิ่ง จึงออกไปดูว่าองครักษ์ผู้นั้นมีเรื่องอะไรกันแน่ ทันทีที่นางออกมาจากเรือนของตนไปถึงเรือนหน้าก็พบเสี่ยวฉีไม่พูดไม่จา เขายืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ใต้แสงตะวัน แสงตะวันสาดส่องใบหน้าของเขาจนป