รากฏให้เห็นเหงื่อชั้นหนึ่ง เจ้าหนุ่มคนนี้สวมอาภรณ์ชุดดำทั้งชุด เขาไม่รู้หรือไรว่ามันดูดแสงแดด
คนโง่ ไม่รู้จักหาที่มีร่มเงาต้นไม้ยืนรอหรือไร และไม่รู้จักเข้าไปนั่งรอในห้องโถงอีก
เป็นสุนัขรับใช้ก็ต้องพยายามดิ้นรนเช่นกัน
เสี่ยวฉีพูดขึ้นว่า “ถวายคำนับเจาอี๋เหนียงเหนียง”
หลินชิงเวยเดินโบกพัดทรงกลมในมือออกมา แสงแดดทิ่มแทงสายตายิ่งยวด นางจึงใช้พัดบังแดดหรี่ตาพูดว่า “ข้าว่าเจ้าโง่เขลานัก”
เสี่ยวฉีมองหลินชิงเวย ด้วยสีหน้าไม่กระจ่างแจ้ง
หลินชิงเวย “เจ้าไม่รู้จักหาที่ร่มยืนรอหรือไร ประเดี๋ยวก็เป็นไข้แดด อย่าได้บอกว่าเจ็บป่วยเพราะการทำงานนะ ตำหนักฉางเหยี่ยนของข้าไม่ต้อนรับ”
เจ้าหนุ่มคนนี้…เมื่อก่อนล้วนมีสีหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ท่าทีที่ปฏิบัติต่อนางก็คือไม่ยินดีที่จะต้อนรับ เขาเปลี่ยนไปเพราะอะไรกันแน่ บนใบหน้านั้นกลับปรากฏให้เห็นความจริงใจและความเคารพบูชา
ไม่ ไม่ จะต้องเป็นหลินชิงเวยตาพร่าไปเองแน่ๆ
เสี่ยวฉี “กระหม่อมเคยชินเสียแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทนร้อนได้ เหนียงเหนียงวางใจได้ กระหม่อมไม่เป็นไข้แดดแน่พ่ะย่ะค่ะ”
“หึ” หลินชิงเวย “พูดจากับข้าเกรงอกเกรงใจเช่นนี้ พระอาทิตย์จะขึ้นทางตะวันตกหรือไร”
ยามนี้ซินหรูยกน้ำแกงคลายร้อนมาให้หลินชิงเวย หลินชิงเวยทางหนึ่งดื่มไป ก็เห็นซินหรูนำอีกถ้วยหนึ่งไปให้เสี่ยวฉี เริ่มแรกเสี่ยวฉีไม่รับ ซินหรูพูดหน้าตึงว่า “ตกลงท่านจะดื่มหรือไม่ดื่ม ท่านไม่รู้สึกร้อนไม่ได้หมายความว