่าร่างกายไม่ร้อนหรอกนะ สวมอาภรณ์สีดำเช่นนี้ เหงื่อไหลมากมาย ระวังว่าอีกประเดี๋ยวร่างกายจะเสียน้ำมากเกินไป พี่สาวของข้าไม่สนใจท่านหรอกนะ”
เสี่ยวฉีรับไปอย่างเงียบๆ ถึงกับยังรู้จักกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” คำหนึ่ง จากนั้นดื่มรวดเดียวหมดเกลี้ยง วางถ้วยเปล่ากลับไปในถาด
ซินหรูถามอีกว่า “ท่านมาหาพี่สาว มีเรื่องอันใดหรือ?”
เสี่ยวฉี “กระหม่อมมาเชิญเหนียงเหนียงไปสวนไป่โซ่วพ่ะย่ะค่ะ”
“สวนไป่โซ่ว?” ซินหรูถามแทนหลินชิงเวย “สวนไป่โซ่วคือสถานที่อะไร?”
เสี่ยวฉี “เป็นสถานที่เลี้ยงสัตว์นับร้อยชนิดในวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”
หลินชิงเวยดวงตาเป็นประกาย คิดไม่ถึงว่าในวังยังมีสถานที่เช่นนี้ นั่นก็คือสวนสัตว์? คนในวังนอกจากมีเงินแล้วยังมีเวลาว่างนี่นา
ซินหรูยังคงถามอย่างไม่แจ่มแจ้ง “ท่านเชิญพี่สาวไปที่นั่นทำอันใด?”
เสี่ยวฉีเงียบขรึม “เซ่อเจิ้งอ๋องตรัสว่าเจาอี๋เหนียงเหนียงมีเวลาว่างมากมาย ไม่สู้ไปให้อาหารและฝึกพิราบสื่อสารในสวนไป่โซ่ว ถือเป็นการชดใช้พิราบสื่อสารสามสิบหกตัวก่อนหน้านี้พ่ะย่ะค่ะ”
“…” ซินหรูเงียบงัน
ผ่านไปอึดใจหนึ่ง หลินชิงเวยจึงหรี่ตาลง “ความหมายของเจ้าก็คือเซ่อเจิ้งอ๋องให้ข้าไปเลี้ยงนกพิราบให้เขาในสวนไป่โซ่ว?”
เสี่ยวฉีเงียบขรึมอีก “เซ่อเจิ้งอ๋องตรัสว่า ออกมาใช้ชีวิตมีหนี้ย่อมต้องจ่ายพ่ะย่ะค่ะ”
หลินชิงเวยบันดาลโทสะทันที “ข้าช่วยงานเขาตั้งมากมาย แต่กลับสู้นกพิราบไม่กี่ตัวไม่ได้ เขาเห็นข้ามีเวลาว่างไม่ได้ใช่