ิดตามคนสนิทเช่นนี้ติดตัวมาด้วยดูเหมือนช่าง…
คนที่อยู่ที่นี่จึงอดที่จะคิดออกนอกลู่นอกทางไม่ได้ หรือเซ่อเจิ้งอ๋องมีรสนิยมพิเศษ เช่น ชอบเด็ก…อะไรประมาณนั้น
มิน่าเล่า เซ่อเจิ้งอ๋องจึงยังมิได้ตบแต่งชายามาจนถึงบัดนี้ อีกทั้งทั้งเมืองหลวงไม่มีใครเคยได้ยินว่าเขาใกล้ชิดกับคุณหนูท่านใดมาก่อน
ต่อให้ท่านเจ้าเมืองเชี่ยวชาญการสืบคดีจึงปิดบังอำพรางสีหน้าได้เป็นอย่างดี แต่สีหน้าที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของมือปราบนั้นกลับเขียนไว้อย่างชัดเจน เซียวเยี่ยนพูดขึ้นเสียงเย็นว่า “นางขี่ม้าไม่เป็นมีปัญหาอะไรหรือไม่?”
“ไม่ ไม่มีปัญหาพ่ะย่ะค่ะ…”
หลินชิงเวยอยากหัวเราะ ใต้เท้าเซ่อเจิ้งอ๋อง ท่าทางรีบร้อนอธิบายของท่านยิ่งทำให้ผู้อื่นคิดมากอย่างง่ายดาย
หลินชิงเวย “พอแล้ว มิใช่ต้องการพูดคุยเรื่องคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในคืนนี้หรอกหรือ รบกวนใต้เท้าสวีพาพวกเราไปดูสถานที่เกิดเหตุสักหน่อย”
“ขอรับ”
สถานที่เกิดเหตุอยู่บนถนนด้านหลังสายหนึ่ง ข้างหน้าเรือนปลูกต้นหยางหลิ่วเป็นแถว ด้านนอกต้นหยางหลิ่วเป็นแม่น้ำสงบสายหนึ่ง เมื่อหลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนไปถึงประตูเรือนเปิดค้างเอาไว้ โคมไฟภายในเรือนสว่างจ้า ด้านหน้าประตูเรือนมีมือปราบยืนเฝ้าอยู่
เรื่องประเภทนี้เพื่อป้องกันมิให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต กระทั่งเจ้าหน้าที่ของจวนว่าการก็ไม่ได้โยกย้ายกำลังมา เพียงแต่ส่งมือปราบของจวนเร่งรุดมาสืบคดี
มือปราบทั้งสองก้าวขึ้นมาจูงม้าและพูดขึ้นว่า “ใต้เท