ชะงักงันไปครู่หนึ่ง ต่อมาจึงยกมือขึ้นทาบลงบนหน้าผากของนาง เขาขมวดคิ้วพูดว่า “เจ้าตัวร้อนแล้ว”
หลินชิงเวยซุกไซ้ลงในอุ้งมือของเขา น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นขึ้นจมูก “ใช่หรือ มิน่าเล่าข้าจึงรู้สึกหนาวเป็นพิเศษ อื้อ คงเป็นเพราะต้องลมหนาวยามเย็นกระมัง”
ครานี้เซียวเยี่ยนไม่คำนึงว่าหลินชิงเวยจะตามติดเขาอย่างไร เขาจับตัวนางออกจากอ้อมกอดของตนแล้ววางลงบนเตียง ตนเองหันกายไปจุดตะเกียง
เมื่อเขากลับเขามาพบว่าหลินชิงเวยกำลังเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียง จากนั้นเหมือนปลาไร้เรี่ยวแรงกำลังคืบคลานอยู่บนเตียง ศีรษะซุกเข้าไปในหมอนที่เขานอนหนุนมาก่อน สูดดมกลิ่นอายที่เป็นของเขาเข้าไปในปอดลึก นางพูดขึ้นอย่างผิดหวังว่า “ให้ข้ากอดสักครู่ก็ไม่ได้ ผู้อื่นยังเป็นผู้ป่วยอยู่ด้วย ปลอบใจสักหน่อยก็ไม่ได้หรือ ใจร้าย”
คิ้วของเซียวเยี่ยนกระตุกเล็กน้อย เขาหันไปค้นล่วมยา “ในล่วมยาของเจ้ามียาลดไข้หรือไม่?”
หลินชิงเวย “ยาลูกกลอนในชั้นที่หนึ่งก็คือยาลดไข้…”
เซียวเยี่ยนไม่รู้ว่าต้องกินเท่าใดจึงเทยาลงบนปลายนิ้วสามเม็ด แล้วรินน้ำถ้วยหนึ่งเดินมาริมเตียง เขานั่งลงข้างกายหลินชิงเวยแล้วประคองนางขึ้นมา “กินลงไปแล้วนอนพักสักครู่”
หลินชิงเวย “เม็ดเดียวก็พอแล้ว ไม่ใช่ไข้ขึ้นสูงเสียหน่อย”
หลังจากกินยาแล้วหลินชิงเวยนอนหลับสนิทบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้าสุดแสน นางเองไม่รู้สึกตัวและไม่รู้ว่าตนเองอยู่ในห้องและนอนอยู่บนเตียงของเซียวเยี่ยน
ด้วยเหตุนี