แกะผ้าพันแผลของเขาย่อมต้องใช้ทั้งสองมืออ้อมไปรอบแผ่นหลังของเขา มือทั้งคู่ของนางลอดผ่านรักแร้ของเซียวอี้ นางโน้มกายเข้าใกล้เขาเล็กน้อยทว่าทำงานในมืออย่างไม่หยุดหย่อน
ท่าทางนั้นดูแล้วเหมือนหลินชิงเวยกำลังโอบกอดเซียวอี้ไว้ เซียวอี้พูดอย่างเป็นสุขว่า “ข้าพบว่ามีเพียงขณะที่เจ้าทำหน้าที่ท่านหมอจึงจะเป็นช่วงเวลาที่เจ้าอ่อนโยนที่สุด”
“อ่อนโยน?” หลินชิงเวยใช้ปลายนิ้วกดลงไปบนบาดแผลบริเวณหน้าอกของเขาครั้งหนึ่ง สีหน้าของเขาพลันชะงักทำให้หยุดวาจาที่เขากำลังจะพูดต่อ
หลังจากหลินชิงเวยแกะผ้าพันแผลแล้วพบว่าบาดแผลของเขามีเลือดซึมออกมา คิดดูแล้วน่าจะเป็นเพราะเมื่อสักครู่ที่ปลายนิ้วของนางกดลงไป
หลินชิงเวยใช้น้ำยาเช็ดล้างทำความสะอาดบาดแผลให้เขา หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลง หน้าผากมีเหงื่อเย็นผุดออกมาขณะกัดฟันทนรับความเจ็บปวด
“เวยเวย ปวดใจเป็นความรู้สึกที่ยากจะทานทนได้ที่สุดบนโลกใบนี้…” เซียวอี้กล่าวอย่างปวดใจ
ขนอ่อนบนแขนของหลินชิงเวยลุกพรึ่บ
“หากข้าบอกว่ารู้สึกเสียใจภายหลังแล้วเจ้าจะอภัยให้ข้าได้หรือไม่?” เขาพูดด้วยท่าทีกึ่งหยอกเย้าและกึ่งจริงจัง
“เสียใจภายหลัง? ท่านเสียใจภายหลังด้วยเรื่องอันใดเล่า?”
“เสียใจภายหลังที่เมื่อแรกตนเองมองผิดไป หากไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าย่อมต้องเป็นผู้หญิงของเปิ่นหวางนานแล้ว เป็นพระชายาของจวนเซี่ยนอ๋องแห่งนี้” หยุดไปอึดใจหนึ่ง เซียวอี้พูดอีกว่า “ยามนั้นเจ้าล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ลั