ู้นี้หลินชิงเวยกระจ่างแจ้งดีกว่าใคร
หลินชิงเวยกินกุ้งไปอีกหนึ่งตัวแล้วเลิกคิ้วพูดกับเขาว่า “เอ๊ะ ยังไม่ตายหรอกหรือ”
เซียวอี้ไม่หงุดหงิดเช่นกัน รอยยิ้มยังคงปรากฏอยู่ระหว่างคิ้วและดวงตาของเขา น้ำเสียงที่พูดออกมาเต็มไปด้วยความเกียจคร้าน “โชคดีที่มีเวยเวย ข้าจึงหนีรอดจากความตายมีชีวิตมาจนถึงบัดนี้”
หลินชิงเวยตวัดสายตามองเขา “ข้าเห็นท่านยามนี้ปกติดีอยู่ ได้ยินหลินเสวี่ยหรงบอกว่าประเดี๋ยวท่านปวดบาดแผล ประเดี๋ยวบอกว่าบาดแผลปริ ไม่เห็นเหมือนจะเป็นจะตายอย่างที่นางพูดเลยนี่นา”
เซียวอี้ “หากไม่พูดเช่นนั้นเจ้าจะยอมมาหรือ? ออกจากวังหลวงมาเจ้ายังไม่ได้กินมื้อเที่ยงเป็นแน่ ไม่รู้ว่าอาหารที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้เจ้าเหล่านี้เจ้าชอบหรือไม่ หิวแล้วก็กินก่อนเถิดแล้วค่อยมาพูดคุยเรื่องบาดแผลของข้า”
หลินชิงเวยไม่เกรงใจเช่นกัน นางนั่งลงหยิบตะเกียบและพูดว่า “ข้าวหนึ่งมื้อแล้วจะไล่ข้าไป? ไม่ง่ายดายเช่นนั้น ไม่รู้ว่าหลินเสวี่ยหรงกลับมาได้พูดกับท่านหรือไม่เรื่องที่ข้าจะเก็บเงินค่ารักษา”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวอี้มีความขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเพิ่มขึ้นมาให้เห็น “หนึ่งหมื่นตำลึงมิใช่หรือ ข้ารู้แล้ว แต่เวยเวยเจ้าไม่คิดว่าเก็บเงินมากไปหน่อยหรือ?”
“มากหรือ?” หลินชิงเวยกล่าว “ข้ายังคิดจะเก็บสองหมื่นนะ แต่เห็นท่านเป็นคนคุ้นเคย จึงลดราคาให้ท่าน”
เซียวอี้จึงไม่ต่อรองราคาอีก ขืนต่อรองราคาอีกหลินชิงเวยเจ้าสิงโตปากใหญ่ต้องการเก็บส