องหมื่นตำลึงจริงๆ จะเป็นการได้ไม่คุ้มเสียเปล่าๆ ปลี้ๆ
หลินชิงเวยชอบกินอาหารทะเลและอาหารรสเผ็ด นางกินล้อมโต๊ะ กินอย่างเอร็ดอร่อย เซียวอี้เห็นนิ้วมือเรียวยาวของนางเปื้อนน้ำจิ้มทั้งแดงทั้งมันเยิ้ม ท่าท่างที่นางแกะเนื้อปูกระทั่งตนเองก็รู้สึกเปรี้ยวปาก เพียงแต่เขากินข้าวแล้ว อาหารที่กินล้วนเป็นอาหารรสอ่อนและจืดชืดราวกับไม่ได้กินก็ไม่ปาน
“เจ้าจะบอกได้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงต้องพิษ?” เซียวอี้ถามขึ้น
หลินชิงเวยพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ตัวท่านเองยังไม่รู้ ข้าไหนเลยจะรู้ได้ นี่เป็นเพราะท่านก่อกรรมทำเข็ญไว้มากเกินไป”
“อ้อ ใช่หรือ? เหตุใดข้าได้ยินว่าเมื่อวานคนของจวนอ๋องที่ถูกส่งไปเชิญหมอหลวงในวังกลับถูกเซ่อเจิ้งอ๋องขัดขวางราวกับรู้เรื่องล่วงหน้า และเซ่อเจิ้งอ๋องมาปรากฏกายอย่างทันเวลา ดูไม่เหมือนกับไม่รู้ว่าเหตุใดข้าจึงต้องพิษ”
หลินชิงเวยหรี่ตาและวางตะเกียบในมือลง ริมฝีปากของนางแดงก่ำ “ข้าพูดกับเซ่อเจิ้งอ๋องแต่แรกแล้วว่าคนเช่นท่านปล่อยให้ตายไปก็สิ้นเรื่อง ยังต้องมาช่วยชีวิตให้รอดแล้วยังทำให้ตัวเองต้องเสื่อมเสียไปด้วย เขาไม่เชื่อ”
เซียวอี้หัวเราะเสียงดัง “เจ้ารู้ดีว่าข้าไม่ได้มีเจตนาสงสัยพวกเจ้า หากเซ่อเจิ้งอ๋องต้องการให้ข้าตาย ย่อมไม่ให้เจ้ามาช่วยข้า”
“ใช่แล้ว เขาไม่ต้องการให้ท่านตาย” หลินชิงเวยมองเซียวอี้ตรงๆ “แต่ท่านกลับอยากให้เขาตายใช่หรือไม่?”
สายตาของเซียวอี้เปลี่ยนเป็นเย็นชาและคมปลาบในช