าขึ้นมองหน้าเซียวเยี่ยนซึ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทางหนึ่งรับช้อนไป อีกทางหนึ่งยิ้มอย่างยินดี “ดูไม่ออกว่าท่านอายังรู้จักเข้าอกเข้าใจผู้อื่น”
จากนั้นหลินชิงเวยกินเกี๊ยวที่มีรสชาติอร่อยที่สุดนับตั้งแต่ทะลุมิติมาถึงโลกใบนี้ นางกินทีเดียวสามตัว จากนั้นทอดถอนใจพูดว่า “อร่อยที่สุดในโลก ที่จริงยังต้องดูอารมณ์ของคนด้วย การกินอาหารชั้นเลิศจนเคยชิน หากได้กินเกี๊ยวแบบนี้สักถ้วยก็ไม่เลวเลย ท่านอา เหตุใดท่านไม่กินเล่า?”
เซียวเยี่ยน “ข้าไม่หิว”
“ข้าไม่เชื่อ” หลินชิงเวยพูด “ที่จริงท่านรังเกียจ”
“โรคเข้าทางปาก”
“อาหารไม่สะอาดกินแล้วไม่มีโรค”
“…” เซียวเยี่ยนมองนางแวบหนึ่ง ในใจคิดว่าหากวันนี้เขาไม่กิน หลินชิงเวยคงจะดื้อรั้นไม่ยอมไปจากที่นี่ อย่างไรร้านสุราเล็กๆ เนื้อย่างเขาก็กินมาแล้ว จะเพิ่มเกี๊ยวอีกถ้วยหนึ่งจะเป็นไรไป ที่สำคัญคือคนสองคนกินเกี๊ยวด้วยเดียวกันดูเหมือนจะ…สักหน่อย แต่เซียวเยี่ยนตกอยู่ภายใต้สายตาบีบบังคับของหลินชิงเวย เขายังคงใช้ตะเกียบคีบเกี๊ยวชิ้นหนึ่งมากินเงียบๆ
แต่เกี๊ยวนี้ซุกซนเหลือเกิน เขาคีบสามครั้งก็ลื่นไถลสามครั้ง ไม่ยอมให้เขากินอยู่นั่นเอง
หลินชิงเวยใช้ช้อนตักเกี๊ยวตัวหนึ่งแล้วยื่นมาเบื้องหน้าเขา เซียวเยี่ยนชะงัก หลินชิงเวยหรี่ตาพูดว่า “กลัวร้อนหรือไม่ ต้องให้ข้าเป่าให้ท่านหรือไม่?” พูดแล้วก็นำช้อนมายื่นถึงริมฝีปากของเขา
สีหน้าและการกระทำของหลินชิงเวยเป็นธรรมชาติ ราวกับกำลังเลี้ย