เนื้อย่างหนึ่งร้อยไม้ไม่มีปัญหาขอรับ เพียงแต่สุราของร้านเล็กๆ…ล้วนขายเป็นไหขอรับ”
หลินชิงเวยพูดอย่างใจกว้าง “เช่นนั้นเอามาหนึ่งไหก็แล้วกัน”
เสี่ยวเอ้อร์นำสุรามาให้แล้วออกไปย่างเนื้อย่าง เซียวเยี่ยนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหลินชิงเวย เขามองนางและพูดว่า “เจ้าแน่ใจว่าเจ้ากินหมดหนึ่งร้อยไม้? ยังดื่มสุรา?”
หลินชิงเวย “ท่านอา มิใช่ยังมีท่านหรอกหรือ ข้าคนเดียวจะกินมากเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าสั่งตามขนาดรูปร่างของท่าน ท่านดูสิ ท่านรูปร่างสูงใหญ่เช่นนี้ กินข้าวมากขนาดนี้ ข้ายังกังวลว่าหนึ่งร้อยไม้อาจจะไม่ค่อยพอ”
เซียวเยี่ยน “…”
เนื้อย่างขึ้นโต๊ะครั้งละยี่สิบไม้ เสี่ยวเอ้อร์ราวกับตั้งอกตั้งใจย่างเนื้อให้กับแขกทั้งสองอย่างยิ่ง เพราะเนื้อย่างที่ย่างยามนี้เทียบกับยามปกติแล้วเขาตั้งใจยิ่งยวด ในเมื่อลูกค้าทั่วไปในยามปกติไหนเลยจะเปรียบเทียบได้
ดังนั้นเมื่อเนื้อย่างถูกนำมาขึ้นโต๊ะ กลิ่นหอมอบอวลแตะจมูก ข้างบนยังมีน้ำมันร้อนๆ ชุ่มฉ่ำ ดูแล้วเป็นอาหารรสชาติโอชะ ทันทีที่หลินชิงเวยเห็นเข้าก็มีความอยากอาหารเต็มที่
นางหยิบเนื้อย่างขึ้นมากัดไม้หนึ่ง คาบไม้เนื้อย่างไว้ในปากแล้วยิ้มกับเสี่ยวเอ้อร์ “พี่ชาย ฝีมือเจ้าไม่เลว”
เสี่ยวเอ้อร์ตอบ “แม่นางชอบก็ดีแล้ว” จากนั้นจึงออกไปย่างเนื้อต่อ
เซียวเยี่ยนนั่งอยู่ที่นั่นไม่ขยับ เขามองหลินชิงเวยกินตลอดเวลา ราวกับหลินชิงเวยกินอาหารได้เอร็ดอร่อยยิ่งนัก เขาจึงรู้สึกอยากอาหารอยู่บ้า