นไดมองข้ารับใช้ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา นางถามด้วยน้ำเสียงคมปลาบ “นางกำลังในตำหนักจ้าวเฟยไฉนจึงมาอยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยนของข้า!”
ทุกคนต่างขดร่างก้มหน้าลงต่ำ
หลินชิงเวยจึงเรียกขันทีที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูตำหนักเมื่อคืนออกมา “เป็นพวกเจ้าปล่อยนางเข้ามาด้วยตนเองใช่หรือไม่!”
ขันทีได้แต่ร้องว่าถูกใส่ความ “เหนียงเหนียงโปรดตรวจสอบด้วยพ่ะย่ะค่ะ เมื่อคืนบ่าวเฝ้าประตูตำหนักตลอดเวลา ไม่เห็นผู้ใดผ่านเข้ามาแม้แต่คนเดียว ผู้ที่ทำหน้าที่กวาดลานเรือนด้านหน้าเป็นพยานได้พ่ะย่ะค่ะ! หากนางเข้ามาทางประตูหลัก ย่อมต้องถูกทุกคนพบเห็นทันทีเป็นแน่!”
เรื่องนี้พวกเขาพูดถูก หลินชิงเวยประสบมาด้วยตนเอง เซียวเยี่ยนอุ้มนางเหินกายผ่านโดยไม่มีผู้ใดพบเห็นครั้งแล้วครั้งเล่า หากนางกำนัลผู้นี้ไม่ได้เข้ามาทางประตูหลักเช่นกัน…
สถานที่พบนางกำนัลคือทางเล็กๆ ข้างบ่อน้ำ เป็นเส้นทางที่เหล่าข้ารับใช้ต้องเดินผ่านเมื่อกลับไปพักผ่อน หลินชิงเวยถามอีกว่า “เมื่อคืนนี้ใครกลับไปพักผ่อนเป็นคนสุดท้าย?”
ลานด้านหน้ามีเพียงความเงียบงันอึดใจหนึ่ง ต่อมาปี้หลิงออกมาคุกเข่าเบื้องหน้าหลินชิงเวย “เป็นบ่าวเพคะ”
“เงยหน้าขึ้นมา” หลินชิงเวยกล่าว ปี้หลิงได้ยินเช่นนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมา ความหวาดกลัวบนใบหน้านั้นมีมากกว่าคำพูด “เมื่อคืนขณะที่เจ้าเดินผ่านบ่อน้ำ เห็นหรือไม่ว่าในบ่อน้ำมีคน?”
ปี้หลิงส่ายหน้า “บ่าวเดินกลับห้องไม่เห็นอันใดทั้งสิ้นเพคะ…”
“ไม่พบคนที่น่า