ต็มใจสักเท่านัก เช่นนั้นยังต้องขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”
เซียวจิ่นเห็นเงาร่างด้านหลังของเซียวเยี่ยนกระตุกขึ้นครั้งหนึ่ง จึงกล่าวอย่างมีความสุขเล็กๆ ว่า “ไม่ต้องขอบคุณ”
หากครั้งนี้เซียวเยี่ยนไม่พานางมาด้วยย่อมถือว่าไร้เหตุผลเกินไป ชีวิตครอบครัวสกุลกู้ทั้งหมด ขอเพียงแค่หยุดไตร่ตรองสักนิดก็รู้สึกได้ถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ทันทีที่หลินชิงเวยหลับตาลงก็ย้อนคิดถึงภาพในวันประหาร สายตาและท่าทางเป็นทุกข์ของกู้เทียนหลิน
คนทั้งสามมิได้มุ่งหน้าไปทางคุกหลวงที่จองจำนักโทษ แต่มุ่งหน้าไปยังตำหนักเจิ้งเสวียน ด้านนอกตำหนักเจิ้งเสวียนก็คือประตูเจิ้งเสวียน เป็นสถานที่สำหรับลงโทษผู้กระทำผิดในราชสำนักโดยเฉพาะ จึงทำให้ตำหนักเจิ้งเสวียนถูกขนานนามว่าตำหนักแห่งความยุติธรรมเป็นสถานที่ที่นำมาใช้ในการไต่สวนนักโทษล้วนใช้สถานที่แห่งนี้
ทั้งด้านในและด้านนอกตำหนักเจิ้งเสวียนล้วนมีกำลังทหารคุ้มกันอย่างแน่นหนา
เซียวจิ่นนั่งอยู่บนตำแหน่งเก้าอี้มังกรภายในตำหนัก เซียวเยี่ยนยืนอยู่ด้านข้าง ส่วนหลินชิงเวยนางไม่ได้พิถีพิถันอะไรเป็นพิเศษจึงนั่งลงบนเก้าอี้ภายในตำหนักนั้น
ต่อมาด้านนอกมีเงาร่างพาดผ่าน เสียงโซ่ตรวนทั้งหนาทั้งหนักดังขึ้น ทหารในชุดเกราะเหล็กหลายคนควบคุมนักโทษคนหนึ่งเดินเข้ามาโยนนักโทษลงบนพื้นอย่างไร้เมตตาปรานี คุกเข่าและกล่าวว่า “ทูลฝ่าบาท เซ่อเจิ้งอ๋อง นำตัวผู้บุกรุกที่บุกเข้าวังมาลอบสังหารฝ่าบาทมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”