รตัดเสื้อผ้าอาภรณ์ให้ซินหรูและตนเองคนละสองชุด ปี้หลิงกล่าวว่าเนื้อผ้านี้ดีถึงเพียงนั้นถ้าไม่สวมใส่ก็เสียโอกาสแย่
รอเมื่อเก็บสิ่งของเหล่านี้เสร็จสิ้น หลินชิงเวยก้าวออกประตูไป ซินหรูกล่าวอย่างไม่วางใจ “พี่สาว นี่ท่านจะไปถวายการรักษาขาให้ฝ่าบาทหรือเจ้าคะ แต่มือของท่าน…”
หลินชิงเวยพูดทั้งที่ไม่หันกลับมา “ข้ายังเป็นผู้ป่วย รักษาขาอะไรกัน? ไม่มีเรื่องอันใดเจ้าตั้งใจศึกษาให้ดี พี่สาวต้องไปแสดงความขอบคุณที่ตำหนักซวี่หยางมิใช่หรือ”
“อ้อ” ซินหรูรับคำอย่างเชื่อฟัง
หลินชิงเวยเพิ่งจะมาถึงประตูตำหนักซวี่หยาง คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับเซี่ยนอ๋องเซียวอี้ เขาสวมอาภรณ์สีแดงเข้มทั้งชุด ราวกับเหยียบย่ำผ่านน้ำค้างบางๆ และแสงอุษาแสงแรกที่ขึ้นมาทางทิศบูรพา เท้าทั้งสองนั้นเดินเหินอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเขาก้าวเดินชายอาภรณ์ทั้งสองด้านแยกจากกัน บุรุษลักษณะเช่นเขาสวมอาภรณ์เช่นนี้อีกทั้งรูปงามกริยาสูงสง่า สตรีโดยส่วนใหญ่เห็นแล้วย่อมต้องชมชอบ แต่หลินชิงเวยกระจ่างแจ้งกว่าใคร ภายใต้หนังหน้าของเขานั้นแอบซ่อนความสกปรกชนิดใดเอาไว้ นางไม่ได้ถูกดึงดูดความสนใจแม้สักกระผีก ในทางกลับกันยังคิดว่าเขาเป็นจอมหื่น
มาพบกับคนเช่นนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ อารมณ์เบิกบานล้วนมลายหายสิ้น
แต่เซียวอี้กลับดูเหมือนอารมณ์ดียิ่งนัก เห็นหลินชิงเวยเดินมาแต่ไกล ดวงตาทั้งคู่ยิ้มจนยิบหยีเหมือนจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ก็ไม่ปาน
เขากำมือเป็นหมัดนวดคลึงหน้าผากทางหนึ