่ง อีกทางหนึ่งเดินเข้ามาใกล้หลินชิงเวย ริมฝีปากแดงนั้นยกยิ้ม “ช่างบังเอิญนัก เสี่ยวเวยเวย”
อึ๋ย…หลินชิงเวยสั่นสะท้าน ขนอ่อนทั่วกายลุกพรึ่บ
หลินชิงเวย “เซี่ยนอ๋องเช้ายิ่งนัก ฝ่าบาทเพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการประชุมเช้ากระมัง เซี่ยนอ๋องปรากฏกายที่นี่ทั้งยังสวมอาภรณ์สีแดงสดเพียงนี้ ท่านร่วมประชุมเช้าก็สวมเช่นนี้?”
หากเข้าสวมอาภรณ์เช่นนี้ไปร่วมประชุมเช้า เช่นนั้นเขาเป็นคนโอ้อวดเพียงใด
เซียวเยี่ยนกลับหัวเราะเสียงดัง “แม้ในยามปกติข้าจะเป็นคนทำตัวตามสบายอยู่สักหน่อย แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นไม่รู้จักผ่อนหนักเบา เปิ่นหวางไม่ใช่คนเบาปัญญาเสียหน่อย” พูดแล้วก็ขมวดคิ้วยิ้มให้นาง “เมื่อคืนดีใจมากไป ไม่ทันระวังดื่มสุราจนเมามายกลับไป เช้านี้ตื่นขึ้นยังรู้สึกเวียนศีรษะตาพร่า จึงไม่ได้เข้าประชุมเช้า”
หลินชิงเวยกล่าวอย่างไม่เกรงใจ “ในเมื่อท่านอ๋องเวียนศีรษะตาพร่า ไฉนไม่นอนพักอยู่ในเรือนเล่า ยังมาที่นี่เพื่ออันใดกัน?” นางรู้ว่าทันทีที่เซียวจิ่นเห็นเขาย่อมต้องเป็นเช่นตนเอง ไม่มีอารมณ์เบิกบานอันใด
เซียวอี้กล่าวอย่างไม่ยี่หระ “แต่ข้าได้ยินว่าเมื่อคืนมีคนลอบสังหารฝ่าบาท มือสังหารถึงกับกำเริบเสิบสานเช่นนี้ กล้าลอบเข้ามาสังหารฝ่าบาท ทันทีที่ตื่นมาข้าก็เป็นห่วงหลานชายตัวน้อยเหลือเกิน ดังนั้นจึงเข้ามาเยี่ยมสักหน่อย” พูดแล้วก็ทอดถอนใจ “เซ่อเจิ้งอ๋องประมาทเลินเล่อเกินไปถึงกับให้มือสังหารแฝงกายเข้ามาในวังหลวง เสียแรงที่ฝ่าบ