ตใจให้อุ่นวาบ
หลินชิงเวยเข็นเก้าอี้ของเซียวจิ่นไปยังตำแหน่งตรงกลางอุ้มเขาจากเก้าอี้รถเข็นไปนั่งยังบัลลังก์มังกร ด้านซ้ายและด้านขวาของบัลลังก์มังกรมีเก้าอี้สีทองสองตัววางอยู่ ด้านหน้ามีโต๊ะไม้สีดำตัวยาววางอยู่ ไม่ต้องคิดก็รู้ได้ทันทีว่าหนึ่งในนั้นคือที่นั่งที่เตรียมให้ไทเฮา ส่วนเก้าอี้อีกตัวหนึ่งนั้นเตรียมไว้ให้เซ่อเจิ้งอ๋อง
บัดนี้สตรีที่ติดตามอยู่ข้างกายฮ่องเต้คือหลินชิงเวย ล้วนทำให้เหล่าขุนนางใหญ่คาดเดาไปต่างๆ นานา แม้หลินเจาอี๋จะเคยเข้าไปอยู่ในตำหนักเย็น แต่บัดนี้นับได้ว่าเป็นคนโปรดข้างกายฮ่องเต้ มหาเสนาบดีหลินที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดของเหล่าขุนนางเป็นบิดาของหลินชิงเวย เวลานี้ยืนยืดหน้าอกผายไหล่ผึ่งเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
เซียวจิ่นยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “ขุนนางทั้งหลายลุกขึ้น นั่ง”
ไม่อาจไม่พูดว่าเด็กน้อยคนนี้เมื่อเคร่งขรึมเอาจริงเอาจังขึ้นมายังมีบารมีอำนาจถึงสองส่วน ใบหน้าที่ขาวผ่องประดุจหยกขาว เกี้ยวไข่มุกไหวตัวเบาๆ แม้บุคลิกของฮ่องเต้ยังคงดูอ่อนเยาว์สองส่วนแต่ได้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
ในยามปกติเซียวจิ่นไม่เคยใช้สีหน้าท่าทางเช่นนี้กับหลินชิงเวย ท่าทีเป็นผู้ใหญ่และความเคร่งขรึมของเขาล้วนเป็นเพราะเขาต้องโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัย
หลังจากเซียวจิ่นมาถึงแล้ว เซี่ยนอ๋องเซียวอี้เพิ่งจะมาถึง ราวกับเจตนาที่จะมาช้าสักหน่อย เจตนาแสดงตนเป็นคนเสเพลไม่อยู่ในกฎในเกณฑ์
เซียวอี้เดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผยเ