ียงเคร่งขรึมราวกับสุราที่หมักได้ที่ไหหนึ่ง น้ำเสียงหนักแน่นนั้นไหลเอื่อยผ่านกลางใจช้าๆ หางเสียงยังสูงขึ้นเล็กน้อย “ดังนั้น เจ้าไม่สบอารมณ์?”
หลินชิงเวยตกตะลึงกระทั่งหยุดทายาในมือ นางมองหัวเข่าของตน ยังมีท้องนิ้วที่มียาขี้ผึ้งแต้มอยู่ แม้อยากจะปฏิเสธเหลือเกิน…แต่ในใจนางรู้สึกไม่ยินยอมจริงๆ ไม่ยินยอมอย่างที่สุด
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองเซียวเยี่ยนด้วยหางตา กล่าวด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ “เซียวเยี่ยน ท่านเป็นบุรุษที่ข้าต้องตาต้องใจ คิดจะแย่งชิงบุรุษกับข้าย่อมต้องถามข้าว่าเห็นด้วยหรือไม่ มีเพียงสิ่งที่ข้าไม่ได้ต้องการ ไม่มีทางที่ข้าจะหลีกทางแล้วยื่นมือไปมอบให้”
ดวงตาหงส์ของเซียวเยี่ยนเบิกกว้าง หนังสือในมือที่เขากำลังอ่านอยู่นั้นกระดาษกลายเป็นสีเหลือง สายลมพัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างพลิกเปิดหนังสือของเขาไปหลายหน้า เขาจดจำไม่ได้ว่าอ่านไปถึงหน้าไหนแล้ว
ต่อมาหลินชิงเวยปล่อยชายกระโปรงลงมาเก็บล่วมยาแล้วลุกขึ้นหิ้วล่วมยาเดินออกประตูห้องไป
เมื่อเดินมาถึงประตู เซียวเยี่ยนพลันกล่าวขึ้นมาประโยคหนึ่ง “คำพูดผิดธรรมนองคลองธรรมเหล่านี้ หากให้ผู้อื่นได้ยินเข้าเจ้ารู้หรือไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นใด?”
“ผลลัพธ์อันใดยังมิใช่เสด็จอาเป็นผู้ตัดสินหรอกหรือ” นางเดินออกตำหนักบรรทมไป เดินออกจากตำหนักอวี้หลิงพร้อมกับลูบแก้มตนเองอย่างห้ามไม่อยู่
เอ๊ะ น่าแปลก เหตุใดแก้มจึงร้อน? ก็แค่ประกาศสิทธิ์ของตนเองเท่านั้น หลินชิงเวย เจ้าต้